+ Reply to Thread
Page 1 of 28 12311 ... LastLast
Results 1 to 10 of 275
  1. #1
    Senior Member
    Join Date
    Jul 2011
    Posts
    246

    Ryuhana's Dragon

    บทนำ

    'อย่านะ! นายยังทิ้งฉันไปตอนนี้ไม่ได้!!'


    เด็กสาววัยรุ่นกำลังร้องไห้อย่างเอาเป็นเอาตายพร้อมกับกำผ้าห่มบนเตียงคนไข้เอาไว้แน่น เธอมองดูใบหน้าของแฟนหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงซึ่งมีสีหน้าซีดเผือดแต่ทว่ากลับมีรอยยิ้มอบอุ่นอยู่บนใบหน้า


    'ยังไงซะ ฉันก็มาไกลได้แค่นี้จริงๆ ขอ..โทษนะ ริวฮานะ' เด็กหนุ่มวัยเดียวกับเธอยื่นมือที่อ่อนล้าจับแก้มของเธอเอาไว้อย่างอ่อนโยน เด็กสาวรีบกำมือของแฟนหนุ่มเอาไว้แน่นพร้อมกับส่ายหัวไปมาอย่างรุนแรง


    'ไม่.. ไม่นะ โคอิจิ! นายยังไปไกลได้กว่านี้อีก ฉันเชื่อ! ฉันเชื่อว่านายต้องทำได้!'


    เด็กหนุ่มมองหน้าของหญิงอันเป็นที่รักพร้อมกับมอบรอยยิ้มให้กับเธอเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่มืออันอ่อนล้าจะร่วงหล่นบนเตียงและเสียงของเครื่องวัดชีพจรที่หัวเตียงเป็นเสียงแหลมสูง

    เด็กหนุ่มนาม ริวฮายะ โคอิจิ สิ้นลมจากโลกนี้ไปแล้ว

    1 ปีต่อมา

    "เอาน่า ฮานะจัง! ไปเที่ยวกันเถอะ!"


    "..."


    "เร็วๆ ไปกัน!!"


    "..."


    "โอ้ย! พวกฉันไม่อยากจะปากเปียกปากแชะชวนเธอหรอกนะ ยัยซื่อบื่อ!"


    เพื่อนกลุ่มสาวสามสี่คนบ่นเสียงงึมงำอย่างหมดอารมณ์เพราะเพื่อนของพวกเธอ ริวฮานะ ริวคาเซ ไม่ยอมเอ่ยปากอะไรใดๆเลย


    ผ่านมาแล้ว 1 ปีกับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของแฟนหนุ่มอันเป็นที่รักของเธอ แต่มาจนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่สามารถทำใจได้เลย เธอนั่งเหม่อมองไปยังท้องฟ้าพร้อมกับนึกถึงเรื่องวันวานเก่าๆที่เธอและเขาได้ใช้ร่วมกัน แบ่งปันรอยยิ้มให้กัน


    "นี่! พวกฉันไม่อยากจะบอกหรอกนะ แต่ว่าเธอน่ะดูเปลี่ยนไปตั้งแต่โคอิจิคุงจากไป ฉันรู้ว่ามันทำใจลำบาก แต่ว่าเธอก็ต้องยอมรับมันให้ได้ ไม่ใช่มานั่งจมปลักกับความทุกข์แบบนี้!" เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งจับไหล่ของเธอไว้แน่นพร้อมกับยืดหน้าไปใกล้ๆใบหน้าของริวฮานะ สายตาของเธอในตอนนี้เต็มไปด้วยความว่างเปล่าและความเศร้าหมอง เพื่อนคนอื่นๆเริ่มถอนหายใจพลางตบไหล่เธอคนละทีสองทีเป็นเชิงให้กำลังใจก่อนจะค่อยๆทยอยเดินออกจากห้องเรียนไปทีละคนสองคน


    "ถึงยังไง ฉันเชื่อว่าเธอต้องได้พบเขาอีกแน่ๆ!" เพื่อนคนสุดท้ายเอ่ยเป็นเชิงให้กำลังใจเธอ ก่อนจะยิ้มให้อย่างอ่อนโยนและหยิบกระเป๋าจากโต๊ะและเดินจากไปอย่างเงียบงัน บรรยากาศภายในห้องเรียนตอนนี้มีเพียงแค่ริวฮานะคนเดียวเท่านั้น


    "สักวันนึง..หรอ.." เธอพูดเบาๆกับตัวเอง พร้อมมีน้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาจากตาของเธอ เธอเอามือกุมที่หน้าอกข้างซ้ายของเธอเอาไว้ เสียงหัวใจของเธอเต้นไปพร้อมกับสายลมเบาๆที่พัดผ่านเข้ามาในห้องเรียน...


    เวลา 17.23 น. ณ ชานเมืองกรุงโตเกียว

    ริวฮานะเดินไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย เธอเอาแต่คิดแต่เรื่องของแฟนหนุ่มของเธอจนใจของเธอตอนนี้เหม่อลอย เหม่อลอยจนเธอเกือบจะโดนรถชนไปหลายรอบเลยทีเดียว แต่ทว่าเธอกลับคิดในใจว่า ถ้าหากรถชนเธอในตอนนี้ก็คงดีนะสิ อย่างที่เพื่อนของเธอบอก..


    'สักวันนึงทั้งเขาและเธอจะได้พบกันอีกครั้ง...
    '

    เธอเดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงสนามเด็กเล่นติดแม่น้ำที่สมัย
    เตอนเธอเป็นเด็กๆมาเล่นประจำ และที่แห่งนี้นี่เองที่เธอได้พบกับโคอิจิเป็นครั้งแรก เธอเดินเข้าไปในสนามเด็กเล่นซึ่งตอนนี้ร้างผู้คนไปแล้วและนั่งบนม้านั่งไม้ตัวหนึ่งพร้อมกับมองบรรยากาศโดยรอบและหวนรำลึกถึงวันเก่าๆ


    'เธอเป็นอะไรหรือเปล่า'


    'ฮึก ฮึก ฉันหกล้ม'


    'อ่า ฉันพกพลาสเตอร์มาด้วย เดี๋ยวฉันให้เธอละกัน'

    ชีวิตในวัยเยาว์ที่ได้พบกับโคอิจิหวนเข้ามาในจินตนาการจนเกิดภาพหลอนขึ้น นี่เธอ...คิดถึงเขาจนเป็นบ้าขนาดนี้เลยหรือไงกัน...

    ครืนนนน~!!

    แต่ทว่าจู่ๆทั่วทั้งพื้นดินก็เกิดแผ่นดินอย่างรุนแรงจนเสาชิงช้าและเครื่องเล่นอื่นๆในสนามเด็กเล่นเริ่มพังและเสียหาย เด็กสาวล้มลงจากม้านั่งที่เธอนั่งอยู่และนอนกองลงกับพื้น เธอมองไปรอบๆด้วยความตื่นตระหนกและไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะเกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรงขนาดนี้ เธอต้องรีบไปจากที่นี่ให้เร็วทีสุด


    ซ่า~~~~~!!!!


    แต่แล้วจู่ๆแม่น้ำก็เกิดคลื่นสูง สูงพอๆกับบ้านสองชั้นและเจ้าคลื่นนั่นก็ซัดถล่มมาใส่สนามเด็กเล่นจนทั่วทั้งสนามเละเทะไปจนหมด เด็กสาวตัวเปียกมอมแมมกระเด็นไปชนกับพุ่มไม้แถวนั้นพอดี แผ่นดินไหวในตอนนี้หยุดสงบลงแล้วราวกับว่าไม่เคยมีแผ่นดินไหวมาก่อน ริวฮานะที่ได้สติขึ้นมาก็รีบมองซ้ายมองขวาอย่างหวาดผวา ก่อนที่สมองของเธอจะประมวลความคิดได้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่แม่น้ำ เธอรีบพยุงร่างที่เปียกปอนของเธอไปยังริมแม่น้ำอย่างรวดเร็ว และสิ่งที่เธอเห็นก็คือแม่น้ำที่เคยมีน้ำอยู่เกือบล้นฝั่ง เหลือเพียงน้ำแห้งขอดเท่านั้น เธอมองไปรอบๆด้วยความประหลาดใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น


    ชั่ววินาทีนั้นเอง สายตาของเธอจับอะไรได้บ้างอย่างซึ่งเป็นเงาโปร่งใส่ขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนที่ไปบนพื้นที่ที่เคยเป็นแม่น้ำ และเจ้าเงานั่นก็หยุดเดินและเหมือนกำลังก้มมองอะไรสักอย่าง ไอสีดำบางอย่างเริ่มระเหยออกมาจากบริเวณที่เงานั้นไปหยุดลง เจ้าไอนั้นมันโพยพ่งสู่ท้องฟ้าในยามเย็นโพล้เพล้และหายไปท่ามกลางหมู่ดาวที่กำลังปรากฏขึ้นในยามค่ำคืน

    เธอมั่วแต่เหม่อมองเจ้าไอที่กำลังหายไปในท้องฟ้าจนลืมสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า เธอมองไปยังเงาตรงหน้านั่นอีกครั้งหนึ่งและเธอเองก็รู้สึกว่าเจ้าเงานั่นกำลังมองมาที่เธอเหมือนกัน

    ชั่ววินาทีนั้นเธอกลับรู้สึกบางอย่างที่คุ้นเคย คุ้นเคยเป็นอย่างมากกับการจ้องมองเงาโปร่งใส่นั่น และจู่ๆก็เกิดลมพายุรุนแรงพัดเข้าใส่ไปทั่วบริเวณจนต้นไม้เริ่มเอนไปตามแรงลมจนเกือบโค่นล้ม ริวฮานะยืนต้านลมอย่างสุดกำลังและพยายามมองไปที่เงาโปรงใสขนาดยักษ์นั่นแต่ทว่าแรงลมนั่นมันทำให้เธอไม่สามารถลืมตาได้เลย และในที่สุดเจ้าลมพายุนั่นก็หยุดลงและเหลือเพียงแค่ความเงียบสงบเท่านั้น


    "นี่มัน..อะไรกัน..." เธอทรุดลงบนพื้นอย่างอ่อนแรงพร้อม
    กับพูดกับตัวเองด้วยเสียงอันสั่นเทา ตัวของเธอเริ่มหนาวสั่นเพราะอากาศที่เริ่มเย็นลงและสภาพที่เปียกปอนของเธอ


    ฟู่~


    ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น มีอะไรบางอย่างร่วงหล่นลงมาที่ตักของเธอพอดิบพอดี เจ้าวัตถุปริศนานั่นสร้างความอบอุ่นให้กับเธอได้อย่างน่าประหลาด เธอหยิบเจ้าสิ่งนั้นขึ้นมาและก็พบว่ามันคือขนนกขนาดใหญ่ มันมีสีดำขลับไปทั้งหมดและมีลวดลายที่สวยงามที่อยู่ปลายขน เธอมองมันอย่างสงสัยพร้อมกับมองขึ้นไปบนท้องฟ้าซึ่งมีเพียงแต่แสงดาวที่เริ่มทอแสงขึ้นมาในยามค่ำคืน เธอลุกขึ้นมาอีกครั้งแต่สายตาของเธอยังคงมองไปรอบๆท้องฟ้า เพื่อว่าจะได้เจอกับเจ้าของขนนกชิ้นนี้

    แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อไร้ซึ่งแม้เงาของสิ่งมีชีวิต เธอเดินไปหยิบกระเป๋านักเรียนที่กระเด็นไปอยู่ใกล้ๆกับชิงช้าที่เอียงงอไม่เหมือนเดิม ก่อนจะเดินออกจากสนามเด็กเล่นด้วยคำถามที่เต็มหัว


    เมื่อครูนั้น..มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ...?

    เว้นบรรทัด เพื่อให้อ่านง่ายขึ้น
    Last edited by KillerSpree; 15-02-2012 at 09:22 AM.

  2. #2
    Senior Member
    Join Date
    Jul 2011
    Location
    บินไปเลย~!
    Posts
    403
    เจิมกระทู้ท่านว่านโล้ด !

  3. #3
    Senior Member
    Join Date
    Jul 2011
    Posts
    204
    สนุกดี หุหุ

  4. #4
    Senior Member
    Join Date
    Jul 2011
    Posts
    246
    Chapter 1 : The story begins here

    "กลับมาแล้วค่ะ.." ฉันเปิดประตูบ้านของตัวเองด้วยความเหนื่อยล้าและสภาพที่เปียดปอนไปตั้งแต่หัวจรดเท้า คราบน้ำสกปรกหยดไปตามทางที่ฉันเดินซึ่งตอนนี้ฉันมายืนหยุดที่ห้องครัวที่ตอนนี้คุณปู่กำลังนั่งดูทีวี ท่านหันกลับมามองฉันด้วยสายตาตกใจและรีบปรี่เข้ามาหาฉันทันที

    "ตายแล้วหลาน!! ไปทำอะไรมาเนี่ย! ทำไมถึงตัวเปียกแบบนี้! รีบไปอาบน้ำเลยเร็วๆ ปู่ทำกับข้าวไว้แล้ว รอมากินพร้อมกัน" คุณปู่ดันตัวของฉันให้ขึ้นบันได ก่อนที่ท่านจะหันกลับไปหยิบไม้ถูพื้นในห้องน้ำและเริ่มเช็ดรอยน้ำที่ฉันทำเปื้อนไว้ตามทาง

    ฉันมองหน้าของคุณปู่ผู้ใจดีอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะเดินขึ้นห้องไปอย่างเงียบเฉียบที่สุด ฉันค่อยๆ.ถอดเสื้อนักเรียนและกระโปรงออกทีละชิ้นก่อนจะโยนมันลงในตะกร้าผ้าอย่างลวกๆ ก่อนที่สายตาของฉันจะพลันไปหยุดกับเจ้าขนนกที่ร่วงลงมาจากท้องฟ้า ฉันหยิบมันขึ้นมาดุอีกครั้งพลางนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สนามเด็กเล่นนั่น


    เจ้าเงาประหลาดที่ฉันมองเห็นได้ลางๆนั้นมันคืออะไรกัน และทำไมการจ้องมองเจ้าเงานั่นมันทำให้รู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับว่า.. ฉันกำลังจ้องมองโคอิจิอยู่ยังไงยังงั้น มันหมายความว่ายังไงกัน

    ฉันวางเจ้าขนนกประหลาดนั่นไว้บนโต๊ะอ่านหนังสือก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวจากราวตากและเข้าห้องน้ำเปิดฝักเบาอาบน้ำชำระล้างสิ่งสกปรก

    ซ่า~!!


    เสียงน้ำกระเซ็นใส่ร่างกายของฉัน ทำให้สิ่งสกปรกต่างๆตามร่างกายของฉันไหลออกจากร่างกายของฉัน แต่ทว่าความรู้สึกเศร้าหมองนั้นมันไม่ยอมที่จะไหลไปพร้อมกับสิงสกปรกเหล่านั้น ภาพของโคอิจิ แฟนของฉันที่ตายจากฉันไปเมื่อปีก่อนยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของฉัน จนถึงตอนนี้ฉันเองก็ไม่อยากจะเชื่อและทำใจกับการจากไปของเขาได้เลย เด็กผู้ชายที่ร่างกายแข็งแรงและมอบรอยยิ้มให้กับฉันตลอดเวลาต้องจากโลกนี้ไป ว่าแล้วร่างของฉันทรุดลงกับพื้นสายน้ำที่ไหลออกมาจากฝักบัวไหลผ่านร่างกายของฉันไปพร้อมๆกับน้ำตาที่มันไหลออกมา ทำไมกันนะ.. ทำไมฉันถึงยังยอมรับความจริงที่แสนโหดร้ายตลอด 1 ปีที่ผ่านมาไม่ได้เลยนะ ฉันนั่งกอดเข่าตัวเองอย่างหมดอาลัยอาวรณ์อยู่ใต้สายน้ำของฝักบัว และก็เป็นเวลาเกือบๆชั่วโมงที่ฉันนั่งอยู่แบบนั้น


    เวลา 20.14 น. ณ ห้องครัวของครอบครัวริวคาเซ

    ฉันกำลังกินข้าวอยู่กับคุณตาที่ตอนนี้สายตากำลังจับจ้องมองไปยังทีวีที่กำลังรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อตอนเย็น โดยภาพในข่าวนั้นมีผู้คนหลายร้อยคนกำลังวิ่งหนีตายออกมาจากตึกและสิ่งกห่อสร้างและมารวมตัวกันอยู่ที่ถนนใหญ่จนเกิดการจราจรติดขัด ผู้สื่อข่าวรายงานว่าไม่มีใครเสียชีวิต มีเพียงแต่ผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากเพียงเท่านั้น


    "ในเหตุการณ์ครั้งนี้ได้เกิดปรากฏการณ์ประหลาดขึ้นด้วยนะค่ะ ซึ่งนั่นก็คือการเกิดคลื่นยักษ์ที่แม่น้ำโชวจู ผู้เห็นเหตุการณ์กล่าวว่าคลื่นของน้ำนั้นสูงเกือบ 3 เมตรและถล่มเข้าใส่บ้านเรือนและสิ่งก่อสร้างจนเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง แต่ก็นับว่าโชคดีที่ไม่มีใครรได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เพราะชาวบ้านละแวกนั้นอาศัยอยู่ในบ้านพอดี..."


    "หลานพอรู้เรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้หรือเปล่า..." คุณตาละสายตาออกจากทีวีและหันมาถามฉันที่กำลังคืบไข่หวานเข้าปากพอดี ฉันส่ายหน้าเป็นเชิงปฎิเสท แต่ก็อยากจะเล่าเหตุการณ์นี้ให้ฟังจริงๆ เพราะว่าฉันเองก็เห็นเหตุการณ์นี้กับตา แต่ถึงเอ่ยปากเล่าไปคุณตาก็คงไม่เชื่อหรอก ฉันเลยได้แต่ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไปอย่างเงียบๆ แต่แล้วจู่ๆคุณตาก็คว้ารีโมทไปปิดทีวีก่อนจะหันมามองหน้าฉันอีกครั้งด้วยสายตาคาดคั้น
    "บอกมาเถอะว่าหลานเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ไม่อย่างนั้นหลานคงไม่กลับบ้านมาด้วยสภาพเปียกปอนแบบนั้นหรอก"


    "..." ฉันไม่ได้ตอบคำถามของคุณตาเพียงแต่กินข้าวต่อไปอย่างเงียบๆ


    "ริวฮานะ ตารู้ว่าหลานเจออะไรมา และตาก็รู้ว่าเกิดขึ้นจากอะไร" คุณตาพูดขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เย็นลงอย่างน่ากลัว ฉันวางถ้วยและตะเกียบลงอย่างช้าๆก่อนจะมองหน้าของคุณตาด้วยสายตาของคนที่สงสัย คุณตาไอกระแอ่มเบาๆก่อนจะจิบชาของตนเองไปหนึ่งอึกก่อนเอ่ยปากเล่า

    "เหตุการณ์ทั้งหมดนี่ มันเกิดขึ้นมาเนื่องจาก... มังกร ยังไงล่ะ"


    "...มังกร มันไม่มีจริงไม่ใช่หรอค่ะคุณตา มันเป็นเพียงสัตว์ในเทพนิยายเท่านั้นนิ คุณตาก็เคยบอกหนูแบบนั้น"


    "ตาเองก็ต้องขอโทษที่เคยโกหกหลานไปเมื่อตอนเด็กๆ เพราะตาเชื่อว่าถึงตาจะเล่าไป แต่หลานก็คงไม่ใส่ใจอะไรมากมายหรอก จริงมั้ย..." ท่านยิ้มมาให้ฉันนิดหน่อยและนั่นเองที่ทำให้ฉันรีบก้มหน้างุดอย่างอายๆ สมัยเด็กๆฉันไม่ค่อยชอบอะไรที่มันเกี่ยวกับการใช้จินตนาการสักเท่าไหร่ เพราะว่าฉันขี้เกียจที่จะนึกคิดสภาพของมัน


    "แล้ว...มังกรมันเกี่ยวข้องอะไรกับเหตุการณ์ครั้งนี้ละค่ะ" ฉันเอ่ยถามคุณปู่ด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มในลำคอ แต่ทว่าก็ดังพอที่จะทำให้คุณตาได้ยิน ท่านยกแขนขึ้นไปพาดผนักพิงของเก้าอี้ก่อนจะเริ่มตอบคำถามของฉัน


    "หลานเชื่อในโลกของมังกรหรือเปล่าล่ะ หลานคงไม่เชื่ออีกละสิ ช่างเถอะ งั้นปู่ก็เล่าแบบคร่าวๆละกัน"


    "..."


    "ตั้งแต่สมัยอดีตกาลมาแล้ว โลกมนุษย์และโลกของมังกรน่ะเป็นโลกคู่ขนานกัน โดยที่มนุษย์นั้นจะไม่สามารถมองเห็นโลกของมังกรได้แต่ทว่ามังกรกลับสามารถมองเห็นโลกของมนุษย์ได้และสามารถเดินทางไปมาระหว่างโลกมนุษย์และโลกของมันได้อย่างอิสระ แต่ถึงกระนั้นพวกมันไม่เคยที่มารุกรานพวกเราเลย มิหนำซ้ำตาคิดว่าพวกมันน่ะปกป้องโลกมนุษย์ด้วยซ้ำไป"


    "..แล้วมันเกี่ยวข้องยังไงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นละค่ะ" ฉันถามเข้าประเก็นที่ฉันอยากรู้ในทันที คุณตามองหน้าฉันนิดหน่อยจะเอ่ยปากตอบคำถามฉัน


    "ก็นั่นแหละ ทั้งเหตุการณ์แผ่นดินไหวหรือคลื่นสูงถล่มเมืองนั่นน่ะ เป็นฝีอของมังกรยังไงล่ะ"


    "แล้วไหนที่คุณตาบอกว่าพวกมันปกป้องพวกเรายังไงล่ะค่ะ.." ฉันถามขึ้นมาอีกครั้งเมื่อพบความขัดแย้งในเรื่องเล่าของคุณตา ท่านมองหน้าฉันด้วยสายตาขวางๆก่อนจะถอนหายใจพรืดใหญ่ออกมาด้วยความไม่พอใจนิดหน่อย


    "ฟังตาให้จบก่อนนะแล้วค่อยถาม"


    "ค่ะ" ฉันรับปากคุณตาด้วยเสียงเบาหวิวราวกระซิบ


    "จริงอยู่ที่มังกรน่ะปกป้องพวกมนุษย์ แต่ทว่ากลับมีมังกรอีกพวกนึงที่หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของตนและเหย่อหยิ่งกว่าใครกลับมองว่าการปกป้องเผ่าพันธ์ของเราเป็นเรื่องไร้สาระ และเริ่มเข้ามารุนรานโลกมนุษย์ของเรา แต่ทว่ามังกรที่ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ของตนคอยปกป้องพวกเราจากมังกรพวกนั้น ทำให้เรายังคงมีลมหายใจอยู่ถึงทุกวันนี้ไง เราน่ะจำเป็นต้องขอบคุณเจ้ามังกรพวกนั้นด้วยซ้ำไป มิฉะนั้นป่านนี้พวกเราคงพินาศกันไปหมดแล้วล่ะ"


    "..." มาถึงตอนนี้ฉันเองก็ไม่ได้ตั้งคำถามอะไรอีกต่อไป ฉันพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมด เจ้าเงาลางๆที่ฉันเห็นที่สนามเด็กเล่นนั่นอาจจะเป็นมังกรก็ได้! แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดก็อาจจะเป็นเพราะการต่อสู้ของพวกมันก็ได้! แต่ทว่ามันยังมีอีกอย่างหนึ่งที่ฉันไม่เข้าใจ


    ตอนที่ฉันจ้องมองไปยังเจ้าเงานั่นและมันก็มองกลับมาที่ฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกคุ้นเคยอย่างพูดไม่ถูก ราวกับว่าฉันรู้จักกับเจ้าเงานั่นมานานแสนนานแล้ว ฉันอยากรู้...ว่าที่จริงแล้วมันเป็นเพราะอะไรกัน


    "ขอตัวก่อนนะค่ะ หนูมีการบ้าน" ฉันเอ่ยปากขึ้นมาก่อนจะรีบลุกออกจากโต๊ะอาหารไปอย่างรวดเร็วโดยไม่จัดการเก็บเศษอาหารหรือล้างจานใดๆทั้งสิ้น ฉันรีบวิ่งขึ้นไปบนห้องอย่างรวดเร็วก่อนจะปิดประตูลงกลอนห้องนอนพร้อมกับเอนตัวลงบนเตียง

    ฉันมองไปยังเพดานห้องของตัวเองพลางคิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมด ถ้าหากว่านั่นคือมังกรจริงๆ แต่ทำไมฉันถึงยังมองเห็นเงาลางๆนั่นละ แล้วความรู้สึกคุ้นเคยที่ประหลาดนี่อีก คำถามหลายคำถามพุ่งเข้ามาในหัวอย่างไม่ขาดสาย ฉันลุกขึ้นมานั่งก่อนบ่นกับตัวเองว่าเริ่มบ้าๆบอๆไปทุกทีแล้ว


    แต่ทว่าสายตาของฉันก็พลันไปหยุดที่เจ้าขนนกประหลาดที่ฉันวางเอาไว้บนโต๊ะ ฉันเดินไปหยิบมันขึ้นมามองอีกครั้ง และพลิกมันกลับไปดูด้านหลัง และฉันก็ต้องประหลาดใจในทันทีเมื่อฉันเห็นตัวอักษรเขียนสลักเอาไว้บนขนนกนั่น


    "เสียงเรียกนี้แด่ ริวคาเซ ริวฮานะ..."


    วินาทีนั้นฉันถึงกับผงะไปในทันทีเมื่อเห็นชื่อของฉันที่สลักอยู่ด้านหลังปีกนั่น ฉันอ่านทวนไปหลายรอบและฉันมั่นใจว่าฉันอ่านไม่ผิดแน่นอน! แถมภาษาที่อยู่บนปีกนั่นก็ไม่ใช่ภาษาญี่ปุ่นด้วยซ้ำ แต่ทำไมฉันถึงสมารถอ่านออกล่ะ!? แล้วทำไม..ชื่อของฉันมันถึงไปอยู่บนขนนี่ได้ล่ะ!?


    วิ้ง~~

    กว่าจะรู้ตัวอีก จู่ๆรอบตัวของฉันก็เริ่มบิดเบี้ยวไปมาจนฉันเริ่มเวียนหัว


    "นี่มัน.. เกิดอะไรขึ้น!!" ฉันร้องเสียงหลงออกมาก่อนจะรีบเดินตรงไปยังประตูทางออกของห้อง แต่เมื่อฉันไปถึงประตูนั่นกลับหายไปแล้ว หายไปราวกับว่ามันไม่เคยมีประตูอยู่ตรงนี้มาก่อน

    ฉันมองซ้ายมองขวาอย่างหวาดกลัวก่อนจะรีบตรงรี่ไปที่เตียงของตนและเอาผ้าห่มมาคุมโปรง ฉันพลันในทันทีเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องแต่ทว่าร่างของฉันก็ยังคงอยู่ใต้ผ้าห่มเหมือนเดิม เสียงเฟอร์นิเจอร์ต่างๆล้มระเนระนาด ฉันร้องเสียงแหบเสียงแห้งเพื่อเรียกคุณปู่ขึ้นมา แต่ทว่ากลับไม่มีวี่แววของท่านเลย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!!?


    ฟึ่บ~~~


    เสียงที่เคยก้องไปทั่วห้องมาถึงตอนนี้กลับเงียบสนิทราวกับป่าช้า ฉันลืมตาขึ้นอีกครั้งก่อนจะค่อยๆแง้มผ้าห่มของตนเองขึ้นมาแอบมองบริเวณโดยรอบ และนั่นเองที่ทำให้ฉันต้องประหลาดใจไปในทันที


    "นี่มัน..ที่ไหนกันเนี่ย!?!!"


    เสียงร้องอุทานของฉันดังก้องไปทั่วบริเวณโดยรอบ ซึ่งสภาพโดยรอบของฉันนั้น... มันไม่ใช่ห้องนอนของฉัน ถึงแม้ว่าจะมีพวกเฟอร์นิเจอร์หรือข้าวของต่างๆที่ระเนระนาดเกลื่อนกลาดไปทั่ว แต่ว่า...


    นี่มันป่าดงดิบไม่ใช่หรอไง!?


    ฉันรีบลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะรีบมองไปรอบๆอย่างรวดเร็ว แสงของดวงอาทิตย์สาดส่องผ่านไม้หนาเข้ามา เสียงนกร้องดังก้องไปทั่วบริเวณ ถึงว่าฉันจะชอบป่าแต่ทว่ามันใช่อารมณ์ในตอนนี้! ฉันอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพียงแค่ฉันกหยิบเจ้าขนนกปริศนานั่นมาแล้วก็อ่านตัวอักษณที่มีชื่อของฉันปรากฏอยู่ที่ฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันคือภาษาอะไร แต่ฉันดันอ่านมันออก!
    ฉัน..ฉันไม่เข้าใจมันเลย!!


    ฟุ่บๆ~~


    จู่ๆทางด้านหลังพุ่มไม้มันสั่นไหวและมีเสียงดังขึ้นมา ราวกับว่ากำลังมีตัวอะไรกำลังคืบคลานผ่านมาจากพุ่มไม้ตรงนั้น ฉันก้าวถอยหลังด้วยความกลัวก่อนจะเริ่มตั้งท่าหนีหากว่ามันเป็นสัตว์ป่าที่ดุร้ายอย่างเช่นพวกสิงโตหรือหมี
    และแล้วเจ้าของเสียงนั่นปรากฏขึ้นมาจากพุ่มไม้

    มันไม่ใช่สิงโตหรือหมีอะไรที่ฉันคาดคิดเอาไว้ตั้งแต่ที่แรก แต่ทว่ามันคืออะไรที่ดูน่ากลัวและดุร้ายมากกว่า ลักษณะตัวของมันใหญ่โตเป็นอย่างมาก อาจจะเรียกได้ว่าตัวของมันนั้นใหญ่พอๆกับไดโนเสาร์ ลำตัวของมันเหมือนกับกิ้งก่าและแววตาที่ดูดุร้ายก้าวร้าว ฉันในตอนนี้ที่รู้สึกตื่นกลัวจนแทบหยุดหายใจจ้องมองไปยังเจ้าสัตว์ประหลาดตัวตรงหน้าอย่างหวาดกลัวและพยายามเป็นอย่างมากที่จะไม่ส่งเสียงใดๆทั้งสิ้น เพราะมันจะได้คิดว่าฉันเป็นสิ่งไม่มีชีวิตและจะได้เดินจากฉันไป


    "โอ้ว มนุษย์หรอกรึ หึๆๆๆ"


    มัน..มันพูดได้!! โอ้วพระเจ้า!!


    ฉันอึ้งไปในทันทีเมื่อได้ยินเสียงของมันก่อนจะร้องตะโกนโหวกเหวกในใจ ตัวของฉันมันแข็งทือไปหมด เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นส่งเสียงหัวเราะแหบต่ำออกมาก่อนจะค่อยๆคลานมาหาฉันอย่างเชื่องช้า


    "ไม่ต้องกลัวข้าหรอกมนุษย์ตัวน้อยๆ ข้าไม่ทำร้ายเจ้าหรอหน่า~" มันพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสบายๆจนฉันรู้สึกคลายกังวลไปได้ ฉันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนจะมองหน้าของฉันอีกครั้งและจะเอ่ยปากถามว่าที่นี่มันคือที่ไหน แต่ทว่าประโยคที่ฉันกำลังจะเอ่ยถามไปกลับโดนมันชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน "แต่ว่าข้าจะฆ่าเจ้าแทน..."


    ความหวาดหลัวเริ่มถาโถมเข้ามาหาฉันอีกครั้งหนึ่ง แววตาของมันดุก้าวร้ายมากขึ้นกว่าเดิมและมันเริ่มส่งเสียงคำรามขึ้นมาดังก้องจนฉันปิดหูแทบไม่ทัน และในจังหวะนั้นเองเจ้าสัตว์ประหลาดจิ้งเหลนนั่นก็พุ่งตะครุบเข้าใส่ฉันทันที แต่ทว่าด้วยความที่ฉันตัวเล็ก ฉันสามารถก้มหลบมันได้อย่างทันถ่วงที เท้าของมันแตะถึงพื้นและมองกลับมาที่ฉันอีกครั้งหนึ่ง และตั้งท่าพุ่งกระโจนอีกรอบ


    สัญชาตญาณของฉันสั่งให้ฉันหันหลังและวิ่งหนีมันโดยเร็วที่สุด หากชักช้าอยู่ละก็ฉันอาจจะกลายเป็นอาหารอันโอชะของมันก็ได้ ว่าแล้วฉันจึงรีบวิ่งด้วยหนีอย่างรวดเร็วที่สุดเร็วเท่าที่ฉันจะสามารถเร่งได้


    "เจ้าหนีไม่พ้นหรอก!!!" มันตะโกนก้องเสียงดังและฉันก้ได้ยินเสียงฝีเท้าของมันิ่งตามฉันติดๆ พุ่มไม้และต้นไม้ที่ขึ้นรกชัดเป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวงในการวิ่งหนีของฉัน แต่กลับกันเจ้าจิ้งเหลนขนาดยักษ์นั่นกลับวิ่งฝ่าต้นไม้นั่นโดยไม่ใส่ใจใดๆ ทั้งพุ่มไม้และต้นไม้ต่างล้มระเนระนาด เสียงฝีเท้าและเสียงคำรามของมันดังขึ้นเรื่อยๆจนเหมือนกับว่าตอนนี้มันใกล้ถึงตัวของฉันแล้ว ฉันวิ่งไปโดยไม่ได้กลับไปมองด้านหลัง หากฉันหันไปฉันอาจจะต้องตายก็ได้!!


    พระเจ้าได้โปรดเถอะ! ฉันยังไม่อยากที่จะตาย!!


    และแล้วในที่สุดฉันก็พบเห็นแสงสว่างทางด้านหน้าของฉัน มันคือทางออกจากป่าแห่งนี้! ฉันต้องรีบวิ่งไปให้เร็วที่สุด เพราะอย่างน้อยเมื่อปราศจากเจ้าพุ่มไม้ที่น่ารำคาญเหล่านี้ ฉันอาจจะสามารถหนีได้สะดวกขึ้น!

    ฉันวิ่งมาถึงทางออกจากป่านี่ได้ในที่สุด แต่ทว่า...

    "ไม่นะๆๆๆ~!!"


    ทางตรงหน้าของฉันมันคือเหว! โอ้วไม่นะ!! นี่มันทางตันหรอกหรอ!!?


    "หมดทางหนีแล้ว!!" เสียงคำรามของจิ้งเหลนอันน่ากลัวดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง และมันก็โพล่พ้นออกมาจากหมู่ไม้ยืนประจันหน้ากับฉันและพร้อมที่จะโจมตีฉันได้ตลอดเวลา มันยิ้มอย่างมีชัยก่อนจะเลียฝีปากด้วยความหิวโหย น้ำลายหลายหยดไหลออกมาจากปากของมัน ไหลเหมือนกับเหงื่อที่ไหลโซมกายของฉัน


    "ดะ..เดี๋ยวก่อน!" ฉันพยายามขอร้องชีวิตจากมันแต่ทว่ามันก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะฟังคำพูดของฉันแต่อย่างใด


    "ข้าอยากจะลองลิ้มชิมรสเนื้อของมนุษย์มาตั้งนานแล้ว! มันจะอร่อยอย่างที่เขาว่ากันหรือเปล่านะ!??" มันพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแหลมสูงและดูเจ้าเล่ห์ ฉันก้าวถอยหลังไปเรื่อยๆแต่ทว่าเท้าของฉันกลับไม่สามารถขยับได้มากกว่านี้แล้ว ด้านหลังของฉันเป็นหุบเหวที่ดูท่าทางลึกเอาเสียมากๆ นี่ฉันต้องมาจบชีวิตในที่ๆแบบนี้เองนะหรือ?


    แต่..จะว่าไป หากฉันตายไป ฉันอาจจะได้พบกับโคอิจิอีกครั้งก็ได้..


    "โคอิจิ.." ฉันเรียกชื่อของเขาด้วยน้ำเสียงเบาหวิว และในวินาทีนั้นนั่นเองเจ้าจิ้งเหลนยักษ์พุ่งกระโจนมาหาฉันอย่างรวดเร็วพร้อมกับอ้าปากอันกว้างของมันเพื่อเขมือบฉันทั้งเป็น ฉันก้มหน้าหลับตาปี๋พร้อมกับนึกถึงหน้าของโคอิจิเอาไว้ ฉันจะได้พบกับนายแล้วนะโคอิจิ นายจะดีใจมั้ยนะที่ได้เห็นฉัน...


    โครม~~~!!

    ในขณะที่ฉันกำลังก้มหน้าหลับตาปี๋อยู่นั่นเอง จู่ๆก็เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นมาตรงหน้าของฉัน และเมื่อฉันลืมตาขึ้นมา สิ่งที่ฉันเห็นก็คือเข้าจิ้งเหลนนั่นกระเด็นเข้าไปในป่าและแรงกระเด็นของมันทำให้ป่าบริเวณนั้นโล่งเตียนไปในทันที

    เกิดอะไรขึ้น!? นี่มันเกิดอะไรขึ้น!

    "ไอ้เศษสวะ! นี่แกคิดอะไรอยู่ฮะ!!?" เสียงของของใครบางคนดังขึ้นมาท่ามกลางความตื่นตระหนก ฉันพยายามมองซ้ายมองขวาแต่ทว่าก็ไม่พบกับเจ้าของเสียงนั่น มันไม่ใช่เสียงของเจ้าจิ้งเหลนยักษ์ที่กระเด็นเข้าป่าไปเมื่อกี้ เสียงๆนั้นดูเข้มและแข็งกร้าว


    พึบๆๆ~


    ตัวอะไรบางอย่างบินลงมาอยู่ตรงหน้าของฉัน ร่างมันมีขนาดใหญ่โตกว่าฉันเป็นอย่างมาก นัยน์ตาสีน้ำเงินเหมือนสีน้ำทะเลแลดูน่ากลัว ผิวของมันเองก็เช่นเดียวกัน มันมีผมและแผงคอเป็นสีเหลืองสด มือข้างหนึ่งของมันกำลังถือดาบอยู่และกรงเล็บของมันก็ดูแหลมคมกว่าใบมีดเสียอีก
    นี่มันคือตัวอะไรนี่!?


    "หนอยแน่ะแก! ทำไมต้องมาขัดขวางมื้ออาหารของข้า!!" เจ้าจิ้งเหลนพุดพร้อมตะเกียดตะกายลุกขึ้นมา และจ้องมาที่ตัวประหลาดสีน้ำเงินที่ยืนอยู่ตรงหน้าของฉัน เจ้าตัวประหลาดสีน้ำเงินเหมือนมีทีท่าตกใจอะไรบางอย่างก่อนที่จะเริ่มพูดอะไรเบาๆกับตัวเอง และในจังหวะนั้นเองที่ดาบของมันมีแสงสว่างห่อหุ้มเล่มดาบเอาไว้อย่างแน่นหนา และมันก็พุ่งกระโดนเข้าใส่เจ้าจิ้งเหลนยักษ์นั่นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้ดาบของจนแทงทะลุท้องของมัน แต่ทว่าที่ร่างกายของจิ้งเหลนนั่นกลับไม่มีเสือดไหลออกมาจากบาดแผล เพียงแต่มีไอสีดำลอยออกมาจากร่างของมัน


    ไอสีดำนั่น... มันเหมือนกับไอที่ฉันเห็นตอนอยู่สนามเด็กเล่นนั่นไม่มีผิด! นี่มันหมายความว่ายังไงกัน!?


    เจ้าจิ้งเหลนนั่นค่อยๆล้มลงไปกองกับพื้นอีกครั้งและร่างของมันก็ไม่ไหวติงใดๆ ไอสีดำนั่นค่อยๆหายไปในอากาศอย่างช้าๆ เจ้าสัตว์ประหลาดร่างสีน้ำเงินค่อยๆดึงดาบออกมาจากร่างของเจ้าจิ้งเหลนนั่นอย่างช้าๆก่อนจะเก็บดาบของมันเข้าฝักและหันหน้ามามองฉันด้วยสายตาดูน่ากลัว ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าเจ้าดวงตานั่นถึงดูน่ากลัวกว่าเจ้าจิ้งเหลนนั่นอีกนะ นัยน์ตาของมันเป็นสีน้ำเงินเหมือนกับสีเกล็ดของมัน..

    มันค่อยๆเดินตรงมาหาฉันอย่างช้าๆ และฉันเองก็ก้าวถอยกลังหนีจากมัน นี่มัน...จะมาฆ่าฉันใช่หรือเปล่า...


    "เจ้าไม่เป็นอะไรนะ.." มันเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่ฟังแล้วดูไม่ค่อยน่าไว้ใจเท่าไหร่ มันยังคงเดินตรงมาหาฉันและฉันก็ก้าวถอยหลังหนีไปเรื่อยๆ หัวใจของฉันเต้นตุ้บตับไม่เป็นจังหวะด้วยความกลัว ทำไมฉันถึงรู้สึกกลัวกว่าการเจอเจ้าจิ้งเหลนนั่นอีกนะ


    "ฉัน..ฉัน.." ฉันที่เริ่มสติสตางค์ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเทิ้ม และในวินาทีนั้นเท้าของฉันก็เดินมาเหยียบที่ริมเหวและเสียงจังหวะการทรงตัว ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลัง...


    ร่วงลงจากริมเหว!!!!


    "กรี๊ดดดดด~!!!!!!!" ฉันกรีดร้องออกมาด้วยเสียงดังก้องและในวินาทีนั้นนั่นเองสติสัมปชัญญะของฉันทั้งหมดก็ดับวูบลง เหลือเพียงแค่ความมืดในความคิดของฉันเหมือนความมืดมิดของก้นเหวด้านล่าง


    ฉันกำลังจะตายแล้ว.. กำลังจะไปหานายแล้วนะ โคอิจิ...
    Last edited by KillerSpree; 02-03-2012 at 10:33 PM. Reason: แก้ไขรายละเีอียดของสัตว์ประหลาดทั้งสองตัว และแก้ไขจุดผิดบางจุด

  5. #5
    Senior Member
    Join Date
    Jul 2011
    Posts
    204
    จากที่อ่าน มังกร นั่น คือ... อะ หรือ จะไม่ใช่ก็ได้ แฮะ ฮ่า ติดตามตอนต่อไป

  6. #6
    Senior Member
    Join Date
    Jul 2011
    Location
    บินไปเลย~!
    Posts
    403
    อย่าดองน่ะ ~

  7. #7
    Senior Member
    Join Date
    Jul 2011
    Posts
    246
    ยุบไปรวมกับบทที่ 1 แทน เพราะว่าสั้น = =
    Last edited by KillerSpree; 23-09-2011 at 11:25 PM.

  8. #8
    Senior Member
    Join Date
    Jul 2011
    Posts
    246
    Chapter 2 : The Contract of Lifetime

    'นี่โคอิจิ!'
    'อะไรหรอ?'
    'วันนี้ช่วยฉันสอนการบ้านเลขหน่อยสิ วันนี้ฉันสอบตกวิชานี้ง่ะ'
    'ฮ่ะๆ เธอนี่ยังอ่อนเลขเหมือนเดิมเลยนะ'

    ฉันค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมารับแสงอาทิตย์ของวันใหม่ ก่อนจะสปริงตัวเองขึ้นมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับมองซ้ายมองขวา นี่ฉัน..ฉันกลับมาอยู่ที่ห้องนอนของฉันแล้ว!!

    โอ้วพระเจ้า! ที่ผ่านมาทั้งหมดนั่นก็คือความฝันเท่านั้น เฮ้อ...


    "สุดท้ายแล้ว ฉันก็ยังตายตามนายไปไม่ได้สินะ โคอิจิ" ฉันบ่นพึมพำและยิ้มให้กับตัวเอง ฉันนี่มันซื่อบื่อจริงๆเลย


    ฉันลุกขึ้นออกจากเตียงอย่างช้าๆก่อนจะถอดชุดนอนออกอย่างช้าๆ วันนี้เป็นวันเสาร์ซึ่งฉันไม่มีเรียนและไม่ได้ออกไปไหนเป็นพิเศษ ฉันเลยทำตัวเอื้อยเฉื่อยในห้องนอนไปเรื่อยๆก่อนที่พลันสายตาจะไปหยุดอยู่ที่ขนนกปริศนา สรุปแล้วเจ้าขนนกนั่นมันคืออะไรกันนะ
    แล้วมันเป็นขนของตัวอะไร บางทีคุณปู่อาจจะรู้ก็ได้ ไว้ค่อยอาบน้ำเสร็จแล้วไปถามท่านดีกว่าเผื่อท่านจะทราบ


    ว่าแล้วฉันจึงเดินไปหยิบผ้าขนหนูบนราวตากและเดินตรงไปยังห้องน้ำพร้อมเปิดฝักบัว แต่ทว่าขนาดฉันหมุนเจ้าวาร์วฝักบัว น้ำกลับไม่มีทีท่าว่าจะไหล
    ? เกิดอะไรขึ้นนะ? หรือว่าคุณปู่ลืมจ่ายค่าประปา แต่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้นิ เพราะท่านเพิ่งจะจ่ายไปเมื่อสัปดาห์ก่อนเองนี่นา สงสัยท่อน้ำหรือไม่ก็อะไรสักอย่างเสียละมั้ง ช่างเถอะ ฉันไปน้ำที่ห้องน้ำข้างล่างก็ได้


    ฉันหยิบสบู่และแชมพูพร้อมกับสวมผ้าขนหนุเอาไว้และเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว แต่ทว่าทันทีที่เท้าของฉันเหยียบที่พื้นนอกห้อง ฉันต้องประหลาดใจไปในทันที


    "นี่มัน....!!!!?"


    ตุ๊บๆๆ


    ข้าวของที่อยู่ในมือของฉันร่วงหล่นหมด สิ่งที่ฉันเห็นตรงหน้านี้ทำเอาฉันก้าวถอยหลังและล้มก้นจ้ำเบ้าไปในทันที นี่มันไม่ใช่บ้านฉัน แม้แต่เศษเสี่ยวเดียวก็ไม่ใช่ ทุกๆอย่างรอบตัวของฉันดูใหญ่โตไปเสียหมด ทั้งโต๊ะ เก้าอี้หรือแม้แต่หนังสือบนชั้นหนังสือขนาดยักษ์ ที่นี่มันที่ไหน!
    ?


    ผ่างง
    ~ แอ๊ด~!


    เสียงของประตูบานใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากฉันเปิดขึ้นมาพร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคน และเมื่อดูจากรูปร่างลักษณะของบุคคลที่เดินเข้ามาในห้องนี่แล้ว มันไม่ใช่มนุษย์แต่ทว่ากลับสามารถเดินสองขาได้ราวกับมนุษย์ ตัวของมันใหญ่มาก ใหญ่กว่าฉันเป็นหลายร้อยเท่า มันมีผิวสีเขียวอ่อนๆ มีปีกขนาดใหญ่พับเก็บอยู่ทางด้านหลังของมัน มันสวมเสื้อโค๊ทยาวลากพื้นสีแดงสดเอาไว้และสวมแว่นตาเลนส์หนาเอาไว้ ดูจากท่าทางของมันแล้วมันน่าจะมีอายุเยอะอยู่พอสมควร


    "โอ้ย ให้ตายเหอะ! ทำไมมังกรแก่ชราอย่างข้าต้องมาเจอกับคนหนุ่มพวกนั้นด้วยนะ" เจ้าของร่างยักษ์นั่นบ่นอุบอิบกับตัวเองพลางปิดประตูและเดินตรงไปยังโต๊ะทำงาน แต่ทว่าในช่วงวินาทีนั้นนั่นเองที่สายตาของฉันและมันสบกัน เกิดความเงียบไปชั่วอึกใจก่อนที่ฉันจะตัดสินใจรีบหนีวิ่งเข้าห้องตัวเอง

    นี่มันเรื่องอะไร!? ทำไมห้องนอนของฉันถึงเชื่อมต่อกับห้องขนาดยักษ์นี่ละ นี่มันคือความฝันใช่มั้ย!? โอ้วพระเจ้าๆๆๆๆ~!!! ตื่นๆ ริวคาเซ ริวฮานะ เธอต้องตื่นเดียวนี้! เธอกำลงฝันอยู่ ตื่นได้แล้ว!


    "เฮ้! เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง มนุษย์ตัวน้อย" เสียงของเจ้าสัตว์ประหลาดที่เรียกตัวเองว่า มังกร ตะโกนเรียกฉันด้วยเสียงอันดังก้องจนหูของฉันแทบจะแตก ข้าวของในห้องนอนของฉันล้มระเนระนาดเพราะเสียงของมัน และดูเหมือนว่ามันจะรู้ตัวว่าพุดเสียงดังเกินไปจึงรีบขอโทษขอโพยฉันเป็นการใหญ่และพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เบาลงกว่าเดิมมาก


    "ขะ..ขอโทษที ข้าลืมไปว่าเสียงของวัตถุขนาดใหญ่อาจจะเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตเล็กๆได้ หวังว่าเจ้าคงไม่โกรธนะ"


    ฉันจะทำยังไงดีๆๆๆ
    ~!!


    แว่บ
    ~


    จู่ๆเจ้ามังกรนั่นก็ใช้ดวงตาของมันแอบส่องเข้ามาที่หน้าต่างของฉัน ฉันร้องกรี๊ดเสียงแหลมขึ้นมาทันที นี่มันไม่ใช่ความฝัน!! นี่มันเรื่องจริง!!


    ปัง!!


    ฉันรีบดันตัวเองออกจากห้องนอนของตัวเองก่อนจะรีบวิ่งด้วยความเร็วที่ฉันสามารถเร่งได้โดยที่ยังคงนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเอาไว้ อย่างน้อยฉันต้องออกไปจากทีนี่ให้ได้ ไม่อย่างงั้นฉันอาจจะกลายเป็นอาหารของเจ้ามังกรแก่นั่นแน่ๆ ไหนคุณปู่เคยบอกไว้ไงว่ามันเป็นแค่ตำนานเรื่องเล่า! นี่มันของจริงเลยนี่หว่า!


    "เห้ย~! เจ้าจะไปไหนน่ะ? กลับมาก่อน!" เสียงของเจ้ามังกรแก่นั่นดังไล่หลังฉัน แต่ว่าฉันไม่ได้สนใจกับมันแล้ว ฉันรีบแทรกตัวเองออกจากช่องประตูที่เปิดค้างเอาไว้อยู่แคบๆได้ ก่อนจะรีบไปตามทางเดินโถงยาวที่ไร้ซึ่งผุ้คน แต่ทว่าเฟร์นิเจอร์ทั้งหลายทั้งแหล่ที่ตั้งเรียงรายอยู่นั้นกลับใหญ่โตมโหฬารยิ่งนัก ราวกับว่าฉันเป็นเพียงแค่หนูตัวเล็กๆเท่านั้น


    "กลับมานี่! ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอก!" เจ้ามังกรหน้าแก่นั่นวิ่งตามฉันมาแล้ว ฉันจึงรีบวิ่งให้เร็วขึ้นกว่าเดิมก่อนจะเห็นแสงสว่างที่ปลายทางข้างหน้า มันอาจจะเป็นทางออกจากที่บ้าๆนี่ก็ได้ ฉันต้องรีบแล้ว!


    และทันที่ที่ฉันวิ่งมาถึงจุดหมาย ฉันหอบหายใจอย่างถี่ๆ เสียงหัวใจของฉันมันเต้นตุ๊บตับสั่นระรัว เหงื่อไหลโทรมไปตามร่างกายของฉัน นี่ฉันคงไม่ต้องอาบน้ำแล้วละมั้งเพราะว่าฉันอาบเหงื่อมาแล้วเรียบร้อย แต่นี่มันไม่ใช่เวลามาเพ้อเจ้อแบบนี้นะ เราต้องรีบหาทางหนีต่อ!


    "นี่มัน.." เสียงของใครบางคนดังขึ้นมาฉันจึงรีบเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับมองไปยังเจ้าของเสียงที่พูดขึ้นมา


    "โอ้ว^$@%"^!!! นี่มันอะไรกันนี่!!


    "มนุษย์นิ!!"


    บรรยากาศโดยรอบของฉันในตอนนี้เต็มไปด้วยมังกรมากหน้าหลายตาและหลากสีที่ยืนสองขาเรียงรายเต็มไปหมด บางตัวสวมชุดเสื้อธรรมดาแต่บ้างก็สวมชุดเกราะเอาไว้ นี่มันอะไรกัน!
    ? ฉัน..ฉันจะเป็นลม!


    "กลับมานี่นะ!! มนุษย์ตัวจ้อย!"


    โอ๊ะโอ เจ้ามังแก่นั่นตามฉันมาแล้ว เอายังไงดี!
    ? ทางข้างหน้าของฉันก็มีแต่มังกรที่ยั้วเยี้ยเต็มไปหมด ส่วนข้างหลังก็มีมังกรแก่ๆกำลังวิ่งไล่ตามมา ฉันมองซ้ายมองขวาอย่างรีบร้อนก่อนที่สายตาจะพลันไปเห็นประตูบานนึงที่แง้มเปิดเอาไว้ ช่องของประตูกว้างพอที่ฉันจะแทรกตัวผ่านไปได้ ดังนั้นแล้วฉันจึงรีบวิ่งตรงไปยังประตูบานนั้นทัน มังกรหลายตัวมองมาที่ฉันด้วยสายตาประหลาดใจพร้อมกับส่งเสียงดังระงมไปทั่ว ราวกับว่าฉันเป็นตัวประหลาด พวกแกนั่นแหละที่ประหลาดไม่ใช่ฉัน!


    "ทหาร! ช่วยจับมนุษย์สาวคนนั้นด้วย!!" เจ้ามังกรแก่นั่นตะโกนขึ้นมาและฉับพลันในทันที พวกมังกรที่สวมชุดเกราะต่างก็วิ่งตามเจ้าแก่นั่นมาติดๆ แสดงว่าพวกนั้นก็คือทหารสินะ! แต่ว่ามันไม่มีเวลาให้กลับไปมองหรอก ฉันใกล้ถึงจุดหมายแล้ว!!


    "โอ๊ะ! นั่นมันห้องของฝ่าบาท!!"


    "รีบจับนางเร็วๆเข้าก่อนที่นางจะเข้าไปได้!"


    แต่ทว่าสายไปแล้วละ ฉันในตอนนี้สามารถวิ่งเข้ามาในห้องนี้ได้โดยสวัสดิภาพก่อนจะหอบหายใจถี่และนั่งทรุดกองลงกับพื้นอย่างหมดแรง ถ้าพวกนั้นยังตามกันมาอยู่อีกละก็ ฉันคงไม่มีแรงวิ่งอีกแล้วล่ะ


    "อึก.."


    เสียงของอะไรบางอย่างดังขึ้นมากระทบโสตประสาทของฉัน ฉันลืมตาขึ้นมาก่อนจะมองไปยังสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของฉัน มีอะไรบางอย่างกำลังร้องอย่างทุรนทุรายทรมาณอยู่หลังม่านสีน้ำเงินนั่น เป็นเสียงที่บ่งบอกได้ว่ากำลังเจ็บปวดรวดร้าว

    ฉันค่อยๆเดินไปที่ทางเข้าของห้องนั้นอย่างกล้าๆกลัวๆก่อนจะชะโงกหน้าของตัวเองเข้าไปแอบดูสิ่งที่อยู่ภายในห้อง มังกรขนาดยักษ์ตัวหนึ่งกำลังนั่งทรุดลงกับพื้นพร้อมกับเอามือกุมไปที่ท้องของตัวเอง ตัวของมันเป็นสีดำและดูน่าเกรงขาม มีผมสีขาว มีปีกเหมือนกับนกแต่ว่าเป็นสีดำเหมือนกับตัวของมัน นัยน์ตาของมันก็ดูก้าวร้าวและดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย

    มันส่งเสียงร้องครวญครางออกมาอย่างทรมาน สภาพในห้องมีแต่ความยุ่งเหยิง เฟอร์นิเจอร์ข้างของเครื่องใช้ต่างๆระเนระนาดราวกับโดนพายุพัดกระหน่ำมาก็ไม่ปาน


    ฉันค่อยๆเดินไปหามังกรร่างยักษ์สีดำที่กำลังนั่งทุรนทุรายอยู่ มันปัดข้าวของรอบตัวจนปลิวกระเด็นไปคนละทิศละทางและเกิดเสียงโครมครามไปทั่วบริเวณ สิ่งของบางอย่างผ่านร่างของฉันไปเพียงไม่กี่นิ้วเท่านั้น พลันสายตาของเราสบเข้ากันพอดี มันทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆขึ้นมาในใจ


    ทำไมนะ ทำไมมันถึงคุ้นเคยแบบนี้ นัยน์ตาคู่นั้นทำไมฉันถึงรู้สึกโหยหาแบบนี้นะ


    "นายเป็นอะไรหรอ" ฉันถามพลางค่อยๆเดินเข้าไปหามันอย่างช้า เจ้ามังกรที่ดูดุร้ายส่งสายตากร้าวมาให้ฉันพร้อมกับส่งเสียงคำรามออกมา


    "ออกไป!!!" มันพูดขึ้นมาพร้อมกับค่อยๆพยุงร่างของมันให้ลุกขึ้นมาแต่ทว่าล้มเหลว ร่างของมันกระแทกลงบนพื้นอีกครั้ง และนั่นเองที่ทำให้ขนที่ติดอยู่ที่ปีกของมันปลิวมาหยุดอยู่แถบเท้าของฉัน มันเป็นขนแบบเดียวกันกับที่ฉันได้เมื่อตอนอยู่ที่สนามเด็กเล่นไม่มีผิด แสดงว่าเจ้าของขนนกนี่ก็คือเจ้ามังกรตัวนี้นี่เอง


    "นายเองหรอที่เป็นเจ้าของขนนี่"


    "..."


    "ทำไมนายถึงไปที่สนามเด็กเล่นที่นั่นล่ะ
    ?"


    "มันไม่ใช่เรื่องของเจ้าที่จะต้องรู้ มนุษย์! เอื๊อก
    ~!" มันตะคอกเสียงดังพร้อมกับกระอักเลือดออกมาจากปากเป็นจำนวนมาก เลือดของมันค่อยๆไหลลงมาบนพื้นและมีไอสีดำประหลาดลอยออกมาจากเลือดนั่น ไอที่กำลังลอยออกมานั่นเหมือนกับไอที่ฉันเคยเห็นไม่มีผิด


    "ออกไปซะ!" มันตะคอกใส่ฉันอีกครั้งหนึ่ง เพียงแต่ว่าฉันไม่ได้ทำตามคำสั่งของมัน กลับกันฉันเดินเข้าไปหามันอย่างช้าๆทีละก้าวสองก้าว


    "นายกำลังทรมาน จะให้ฉันทิ้งคนที่กำลังบาดเจ็บเจียนตายแบบนี้ไว้ได้ยังไงล่ะ
    ? อีกอย่างนายก็ช่วยฉันเอาไว้ในตอนนั้นด้วย ตอนที๋ฉันอยู่ที่สนามเด็กเล่นนั่น!"


    "ข้าไปช่วยอะไรเจ้าตอนไหนมิทราบ!
    ?"


    "นายให้ขนของนายมา มันทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นขึ้นถ้าไม่ได้ขนของนายไว้ละก็ ป่านนี้ฉันคงนอนป่วยกินข้าวต้มอยู่แน่ๆล่ะ และมาถึงตอนนี้ฉันก็จะช่วยนายบ้าง"


    "หึ! แล้วมนุษย์อย่างเจ้าจะมาช่วยมังกรอย่างข้าอย่างไรล่ะ
    ?"มันหัวเราะในลำคอก่อนจะยิ้มมาให้ฉันอย่างดูถูกดูแคลน แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกโกรธแต่อย่างใด เพราะอะไรนะที่ทำให้ฉันไม่รู้สึกโกรธหรือเกรงกลัวเจ้ามังกรตัวที่อยู่ตรงหน้านี้เลย ไม่เหมือนกับมังกรตัวอื่นๆที่ฉันเจอมาในตอนแรก


    ในที่สุดฉันก็เดินมาถึงร่างของเจ้ามังกรที่กำลังบาดเจ็บอยู่ มันส่งสายตาที่ดูดุร้ายมาให้ฉันและฉันก็ส่งสายตาที่เรียบเฉยกลับให้มันไปก่อนจะเอามือของตัวเองยื่นไปแตะที่สีข้างของเจ้ามังกรเบาๆ ฉับพลันในทันทีเกิดแสงสว่างจ้าที่ใต้เท้าของฉันและใต้ตัวของเจ้ามังกรนั่น ฉันรีบเอามือของตัวเองป้องสายตาหนีจากแสงสว่างนั่นในทันที
    นี่มันเกิดอะไรขึ้น!
    ?


    "อ๊า
    ~~!"


    "นะ..นี่มัน.!!!"



    _________________________

    'ริวคาเซ ริวฮานะ'


    เสียงของใครบางคนดังขึ้นมาในหัวของฉัน ฉันค่อยๆลืมตาขึ้นก่อนจะพบว่าตัวเองกำลังลอยอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ มีแต่แสงสว่างสีขาวจ้าอยู่รอบตัวของฉัน ไม่มีเค้าโครงเดิมของห้องที่เละระเนระนาดอยู่เลย ฉันรีบมองไปรอบๆตัวก่อนที่สายตาของฉันจะไปเห็นร่างของเจ้ามังกรที่บาดเจ็บอยู่กำลังนอนขดตัวราวกับว่ากำลังหลับ ลอยอยู่เหนือหัวของฉัน


    "ริวเคเซ ริวฮานะ"


    ใครบางคนกำลังเรียกชื่อของฉันอยู่ ฉันรีบมองหาคนที่กำลังเรียกชื่อของฉันและสายตาของฉันก็เหลือบไปเห็นลูกไฟสีฟ้าสวยกำลังลอยตรงมาหาฉัน


    "นะ..นายเรียกชื่อของฉันใช่มั้ย" ฉันถามเจ้าลูกไฟนั่นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ เจ้าลูกไฟในตอนนี้ลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้าของฉันแล้ว


    "เจ้ายินดีที่จะเป็นลมหายใจของมังกรตัวนี้หรือไม่
    ?"


    "หา
    ~!!?" สิ้นเสียงคำถามของเจ้าลูกไฟนั่น ตัวของฉันอึ้งไปหลายวินาทีก่อนที่จะเริ่มประมวลเหตุการณ์ต่างๆ นี่มันเรื่องอะไรกัน!? ตอนแรกฉันเดินเข้าไปจับร่างของเจ้ามังกรนั่น แล้วจู่ๆก็มาโผล่มาที่นี่ แถมตอนนี้ยังมีเจ้าลูกไฟประหลาดมาถามคำถามชวนเลี่ยนแบบนี้อีก ฉันไม่เข้าใจเลย!


    "ถ้าหากเจ้าปฏิเสทละก็ มังกรตัวนั้นก็ต้องตาย..." เจ้าลูกไฟนันพูดขึ้นต่อทันทีด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่แฝงไปด้วยความหนักแน่น ฉันที่กำลังอึ้งและจะถามคำถามถึงกับชะงักไปในทันที


    "ดะ..เดี๋ยวก่อนนะค่ะ คือช่วยอธิบายหน่อยได้มั้ยค่ะว่ามันเกิดอะไรขึ้น!
    ?"


    "เจ้าเองก็น่าจะรู้นิ ว่าเจ้าเพิ่งสร้างสัญญาแห่งสายใยชีวิต"


    "สัญญาแห่ง...สายใยชีวิต
    ?"


    "หากเจ้ายอมรับสัญญานี่ละก็ เจ้ามังกรนั่นก็จะมีชีวิตรอดต่อไป แต่ถ้าหากไม่... มันก็ต้องตาย"


    ความเงียบถาโถมเข้ามาในทันทีเมื่อสิ้นเสียงประโยคของเจ้าลูกไฟนั่น ฉันแหงนหน้าขึ้นไปมองเจ้ามังกรที่กำลังหลับใหลอยู่ มีอีกหลายอย่างที่ฉันไม่เข้าใจว่ามันกลายมาเป็นแบบนี้ได้ยังไง แล้วสัญญาแห่งสายใยชีวิตอะไรนั่นมันคืออะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆในตอนนี้คือ...ฉันปล่อยให้มังกรตัวนั้นตายไม่ได้


    "..ค่ะ ฉันยอมรับสัญญา" ฉันตอบรับสัญญานั่นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและสายตาที่จริงจัง เจ้าลูกไฟที่ลอยอยู่ตรงหน้าของฉันหยุดนิ่ไปชั่วครู่ ก่อนที่จะมีมือของอะไรบางอย่างปรากฏขึ้นข้างๆตัวของมัน และเจ้ามือนั่นเองตรงยังหน้าอกของฉันอย่างรวดเร็วจนฉันตั้งตัวไม่ทันและกรีด้องออกมา เจ้ามือนั่นกำลังแทงทะลุคาอยู่ที่หน้าอกของฉัน ฉันกรีดร้องออกมาไม่เป็นภาษาพลางดิ้นพล่านไปมาราวกับคนบ้า เจ้ามือนั่นค่อยๆควานหาอะไรบางอย่างในตัวของฉันก่อนจะค่อยๆชักออกจากหน้าอกของฉันอย่างช้าๆ

    ในมือของมันมีอะไรกลมๆสีทองสวยด้วย ฉันรีบสำรวจร่างกายของตัวเองก็ต้องประหลาดใจไปในทันทีเมื่อไม่มีบาดแผลหรือความเจ็บปวดใดๆทั้งสิ้น


    "สัญญา...เริ่มขึ้นแล้ว!" เจ้าลูกไฟนั่นตะโกนขึ้นมาพร้อมกับบีบเจ้าลูกกลมๆในมือนั่นแตกละเอียดเหมือนเศษแก้ว ฉันที่กำลังจะถามคำถามต้องหยุดชะงักไปในทันที เพราะว่าตัวของฉันในตอนนี้เริ่มเบาหวิวราวกับขนนก ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มพล่ามัวลงไปอย่างช้าๆและสิ่งที่ฉันเห็นเป็นสิ่งสุดท้ายคือร่างของเจ้ามังกรที่กำลังลอยอยู่เหนือร่างของฉัน...


    _________________________

    "..."


    "นี่!"


    "..."


    "เฮ้ย!!"


    "เง้อ
    ~!!"


    ร่างของฉันสปริงขึ้นมาอย่างกระทันหันเพราะเสียงตะโกนของใครบางคนดังแสบแก้วหูของฉัน ฉันมองไปรอบๆตัวและก็พบว่าตัวเองกลับมาอยู่ที่ห้องของเจ้ามังกรนั่นแล้ว


    "เจ้าเป็นอะไร
    ?" เสียงคำถามของเจ้ามังกรนั่นกระทบประสาทของฉัน มันกำลังยืนมองมาที่ร่างเล็กๆของฉันด้วยสายตาที่เรียบเฉย และเมื่อฉันรวบรวมสติและประมวลเหตุการณ์ทั้งหมด

    "ข้าถามเข้าไม่ได้ยินหรอ!?" เจ้ามังกรนั้นตะโกนถามใส่ฉันอีกครั้งและนั่นเองที่ทำเอาฉันสะดุ้งโหยงไปในทันที มันสายหัวไปมาอย่างเหนื่อยใจก่อนจะย่อตัวลงมามองใกล้ๆฉัน
    "แปลกๆจริงๆที่มีมนุษย์อย่างเจ้ามาโผล่ในดินแดนของข้า"

    "เอ่อคือ..."


    "ช่างเถอะ ยังไงเสียเจ้าก็เพิ่งช่วยชีวิตข้าไว้ ขอบใจเจ้ามาก" ไม่รู้ว่าฉันเบลอหรือว่าสติยังไม่กลับมา ฉันเห็นมังกรตัวตรงหน้ากำลังยิ้มมาให้ฉัน ถึงจะเพียงช่วงเวลาสั้นๆแต่ฉันก็สามารถเห็นรอยยิ้มของมัน


    "อะ..อืม" ฉันตอบรับมันกลับไปด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มและสีหน้าของมันก็กลับมาเรียบเฉยและดูดุร้ายเหมือนเดิม


    "มากับข้า..." เจ้ามังกรนั่นถือวิสาสะจับตัวของฉันเอาไว้ในมือโดยที๋ฉันยังไม่ทันตั้งตัว ฉันร้องกรี๊ดเสียงแหลมออกมาก่อนจะดิ้นพล่านอยู่ในมือของมัน


    "ปละ..ปล่อยนะ! นี่มันเรื่องอะไรกัน!
    ?"


    "หยุดดิ้นสักทีเหอะ! ก่อนที่ข้าจะจับเจ้าโยนทิ้งออกนอกหน้าต่าง!" มันพูดพร้อม
    กับตั้งท่าจะโยนฉันทิ้งไปจริงๆ และนั่นเองที่ทำให้ฉันตัวแข็งเป็นก้อนหินไปในทันที เจ้ามังกรนั่นหัวเราะในลำคอเป็นเชิงพอใจก่อนจะเดินออกจากห้องของตัวเองไป



    "ฝะ..ฝ่าบาท!"

    ที่ด้านนอกของห้องนั้นมีมังกรอีกหลายสิบตัวยืนอยู่รอยอยู่ หลายตัวส่งเสียงร้องอุทานกันอย่างเอิกเหริกก่อนจะรีบนั่งชันเข่ากันแทบไม่ทัน นี่มันเรื่องอะไรกัน ฉันไม่เข้าใจ


    "ฝ่ะ..ฝาบาททรงหายประชวรดีแล้วหรือพะยะค่ะ
    ?" มังกรแก่ที่ไล่ล่าฉันมาตอนแรกรีบเดินมาตีข้างกับฉันอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบไต่ถามเข้ามังกรที่กำลังถือร่างของฉันอยู่


    "ข้าหายดีแล้ว และก็เลิกใช้ราชาศัพท์กับข้าได้แล้ว ใช้คำทั่วๆไปก็ได้ ฟังแล้วมันแสลงหู!!" เจ้ามังกรร่างสีดำตะคอกใส่เจ้าแก่นั่นด้วยน้ำเสียงที่ดุร้ายก่อนจะส่งสายตาเชิงตำหนิไปให้ ทำเอาเจ้าแก่นั่นถึงกับหน้าหงอและหยุดเดินตามไปในทันที


    "นี่! นายพูดจาดีๆกับเขาก็ได้นี่นา!" ฉันแอบกระซิบเสียงเบาๆให้มัน แต่ทว่ากลับโดนส่งสายตาที่ดุร้ายกลับมาแทน


    "อย่าปริปากบ่น! ไม่งั้นข้าจะโยนเจ้าแล้วจริงๆ!!"


    "ค่ะ.."


    เจ้ามังกรนั่นพาฉันมาใกล้จากห้องนั่นมาสมควรก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ระเบียงชั้นบนซึ่งมองเห็นมังกรจำนวนมากและมากหน้าหลายตากำลังเดินขวักไขว่อยูที่ชั้นล่าง ฉันมองเจ้ามังกรพวกนั้นด้วยความตื้นเต้น ราวกับว่าฉันหลุดเข้ามาอยู่ในโลกของมังกรอย่างไงอย่างงั้น!


    "อะแฮ่ม!!" เจ้ามังกรที่กำลังถือร่างฉันอยู่ไอในลำคอของตัวเองเสียงดังและเสียงนั่นก็พอที่จะทำให้มังกรตัวอื่นหันมาสนใจ มังกรที่อยู่ทางด้านล่างเมื่อได้ยินเสียงของมันต่างก็หยุดนิ่งอยู่กับที่พร้อมมองมาที่มังกรตัวนี้เป็นสายตาเดียวกัน


    "สวัสดีสหายทุกคน ข้า...บาฮามุท ราชาผู้ปกครองดินแดนเห่งอเล็กแซนเดรีย.. อยากจะบอกกับทุกๆท่านว่า ตอนนี้ข้าหายจากอาการป่วยแล้ว"


    "โอ้ว! จริงหรือขอรับ!
    ?"


    "สวรรค์ทรงโปรด!
    ? นึกว่าจะต้องเสียท่านไปแล้ว!"


    "๕฿๑%%๕๒"


    "ทุกคนเงียบ!" เสียงประกาศิตย์ของเจ้ามังกรนั่นทำเอาทุกคนในบริเวณเงียบไปในทันที และเจ้ามังกรที่มีชื่อว่า บาฮามุท ก็เริ่มพูดต่อในทันที "และต้องขอบคุณมนุษย์สาวผู้นี้ที่เป็นคนช่วยชีวิตของข้าเอาไว้.." ว่าแล้วเจ้าบาฮามุทที่กำร่างของฉันเอาไว้อยู่ ค่อยๆจับฉันว่างที่ราวบันไดซึ่งทำเอาฉันเกือบตกลงไปข้างล่าง ฉันมองไปที่บาฮามุทด้วยสีหน้าที่ฉงนและกำลังจะถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน แต่ทว่าก่อนที่จะได้ถามกลับมีเสียงพูดคุยจากเหล่ามังกรด้านล่างขึ้นมาเสียก่อน


    "มนุษย์หรือ
    ~!?"


    "นั่นมันมนุษย์นี่นา
    ~!!"


    "มาที่นี่ได้ยังไง
    ~!?"


    เกิดเสียงพูดคุยดังสนั่นไปทั่วทั้งห้อง มังกรหลายตัวต่างพากันมองหน้าฉันพร้อมกับซุบซิบกันอย่างสงอกสงสัย บางตัวนั้นชี้นิ้วมาที่ฉันอย่างเสียมารยาทแต่บ้างก็กำลังเขียนอะไรสักอย่างลงในกระดาษ นี่มันเรื่องอะไรกันฉันก็ไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆตอนนี้คือทุกคนดูสนอกสนใจในตัวฉันเป็นอย่างมาก ฉันยืนตัวสั่นอยู่บนราวบันไดที่ทั้งใหญ่และสูงอย่างโดนเดี่ยว เจ้ามังกรบาฮามุทอะไรนั่นก็มองมาที่ฉันนิดหน่อยก่อนจะเริ่มพูดต่อไป


    "เพราะนางมีบุญคุณกับข้า ดังนั้นข้าจึงอยากให้ทุกคนปรนนิบัติกับนางให้สมกับฐานะเชื้อพระวงศ์คนหนึ่ง"


    "มนุษย์เป็นเชื้อพระวงศ์!?" มังกรทุกตัวในที่นี้ต่างพากันส่งเสียงหลงเป็นเสียงเดียวกันพร้อมกับทำตาโตลุกวาวมองฉันเป็นสายตาเดียวกันหมด อ๊า~ จ้องกันแบบนี้ฉันจะทำยังไงดี!?


    "พูดอะไรสักอย่างสิ" เจ้ามังกรบาฮามุทก้มตัวลงมากระซิบกับฉันและนั่นเองที่ทำให้ฉันตัวสั่นหนักกว่าเดิมอีก บรรยากาศในห้องตอนนี้เงียบลงแล้ว แต่ทว่ามันเงียบราวกับป่าช้า ทุกคนกำลังตั้งใจที่จะฟังในสิ่งที่ฉันพูด ทำไมมันถึงอึดอัดแบบนี้เนี่ย รู้สึกประหม่ามากกว่าออกไปรายงานโครงงานหน้าห้องเสียอีก!


    "เอ่อ..คะ..คือ"


    "..."


    "ฉันชื่อ ระ..ริวคาเซ ริวฮานะ อายุ 16 ย่าง 17 ปี คะ..คือ.. เอ่อ..."


    "..."


    "ยะ..ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะค่ะ!!!!!!!!" ฉันตะโกนขึ้นสุดเสียงพร้อมกับโค้งตัวลงอย่างรวดเร็ว เร็วเสียจน....


    พรึ่บ~!!


    ฉัน..ฉันลืมไปเลยว่าในตอนนี้ฉันกำลังนุ่งผ้าขนหนูแค่ตัวเดียว! และตอนนี้มัน..มันก็..มัน....


    "อู้ว~!"


    มันหลุดออกจากร่างของฉันไปแล้ว~!!!!!!!!!


    "อิย๊า~~~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!!"
    Last edited by KillerSpree; 02-03-2012 at 10:49 PM. Reason: บอกลักษณ์ของบาฮษมุทให้ละเอียดขึ้น/เว้นบรรทัดเพื่อให้อ่านง่ายขึ้น แก้ไขจุดผิด

  9. #9
    Senior Member
    Join Date
    Jul 2011
    Location
    บินไปเลย~!
    Posts
    403
    อัพเรื่อยๆน่ะ ผมรออ่านอยู่

  10. #10
    Senior Member
    Join Date
    Jul 2011
    Posts
    246
    Chapter 3 : Let's Study!


    เวลา 10:35 น. ณ ห้องนอนของริวฮานะ

    ผ่านมาแล้วหนึ่งวันหลังจากที่เกิดเหตุการณ์น่าสะเทือนขวัญ..ที่ฉันเปลือยต่อหน้ามังกรหลายร้อยตัวนั่น นึกขึ้นแล้วมันทำให้ฉันรู้สึกอยากตายเป็นอย่างมาก ฮือๆ~ เกิดมาชาตินี้ฉันยังไม่เคยเปลือยให้ใครเห็นมาก่อนเลยนะ! ขนาดโคอิจิฉันยังไม่เคยเลย! แล้วนี่มัน...มัน~! โอ้ย ยิ่งคิดยิ่งปวดหัวสิ้นดีเลย

    ฉันกำลังนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงตัวเองนานนับชั่วโมงแล้ว อันที่จริงฉันนะตื่นมาตั้งนานแล้ว แต่ว่าฉันยังไม่อยากจะเดินออกไปจากประตูห้องนอนนี่เลย เพราะว่าถึงแม้บรรยากาศทั้งหมดจะเป็นห้องนอนของฉัน แต่ทว่าด้านหลังประตูนั่นมันไม่ใช่บ้านของฉัน! มันเป็นอะไรที่ไหนฉันเองก็ยังไม่รู้เลย รู้เพียงแต่ว่าเมื่อวานเกิดเรื่องน่าอายและเรื่องที่ฉันเองยังงงๆอยู่เลย ที่อยู่ดีๆตัวของฉันสามารถช่วยชีวิตราชามังกรผู้ยิ่งใหญ่เอาไว้

    บาฮามุท...พูดถึงมังกรตัวนั้น ทำไมฉันถึงรู้สึกคุ้นเคยกับมันขนาดนี้นะ ทั้งๆที่ฉันเพิ่งเจอกับมันครั้งแรก...

    "บาฮามุท... นายคือใครกันแนนะ..." ฉันตั้งคำถามกับตัวเองก่อนจะลุกขึ้นมานั่งอยู่บนเตียงและมองออกไปยังหหน้าต่างที่ตอนนี้มีแสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้อง มันช่างดูอบอุ่นเสียเหลือเกิน...

    "ไม่! ข้าบอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าข้าจะไม่ไปเรียน!!"

    "โถ! แต่ฝาบาท หากท่านไม่เรียนหนังสือแล้วท่านจะมีความร้มาปกครองราษฎรได้ยังไงกัน~!"

    "ข้าใช้แค่กำลังของข้า แค่นั้นก็เหลือแหล่แล้ว!!"เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นมาจากด้านนอกห้องของฉัน และด้วยเสียงนั่นเองที่ทำเอาห้องของฉันสั่นสะเทือน ร่างของฉันค่อยๆตกจากเตียงเพราะแรงสั่นสะเทือนนั่น เกิดอะไรขึ้น~!!! แผ่นดินไหวหรือไงกัน~!!! อ๊ากกก~~~

    "โอราเคิล~! ข้าไม่อยากจะพูดซ้ำแล้วซ้ำเหล่าหรอกนะว่าข้าจะไม่ไปเรียนหนังสือเด็ดขาด!! เรื่องอะไรที่ข้าจะต้องไปนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่นานนับชั่วโมงหน้าหนังสือบ้าๆบอๆนั่น สู้เอาเวลาไปฝึกกลยุทธทางการทหารยังจะดีเสียกว่า!"

    "แต่ว่า..."

    "โอ้ยยย~~!!!! พวกนายเลิกส่งเสียงดังสักทีได้มั้ย!!!"
    ความอดทนของฉันมาถึงจุดสิ้นสุด ฉันกระชากประตูห้องนอนของฉันและตะโกนออกไปสุดเสียงเท่าที่ฉันจะมีเพื่อหยุดการทะเลาะวิวาทที่กำลังเกิดขึ้น สิ่งที่ฉันเห็นในตอนนี้คือมังกรแก่ที่ฉันเจอเมื่อครั้งแรกที่ฉันหลุดเข้ามาในที่แห่งนี้กำลังคุยกับมังกรที่มีนามว่าบาฮามุท มังกรทั้งสองตัวนั่นมองมาที่ฉันด้วยสายตาประหลาดใจ และนั่นเองที่ทำให้ฉันรู้สึกกระดากอายไปในทันที เกิดมาฉันยังไม่เคยตะโกนตะคอกเสียงดังขนาดนี้มาก่อนเลยนะ

    "ฮึ~! เจ้ามนุษย์นี่เสียงแหลมดังใช้ได้นิ!" บาฮามุทพูดอย่างเย้ยหยันพร้อมกับลุกจากเก้าอี้ของตนเองและค่อยๆเดินตรงมาหาฉัน ฉันค่อยๆก้าวถอยกลังจนหลังไปชนกำแพง มันค่อยๆย่อตัวลงมามองที่ฉันพร้อมกับส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ พลันในขณะนั้นมันหลับตาลงชั่วครู่พร้อมกับทำมือขยุกขยิกอยู่เหนือร่างของฉัน ละอองสีเงินค่อยๆโรยลงมาจากมือของมันและโรยใส่ตัวของฉัน

    จู่ๆร่างกายของฉันก็เริ่มรู้สึกแปลกๆจนไม่สามารถบรรยายได้ ก่อนที่ร่างของฉันจะค่อยๆเริ่มขยายใหญ่ขึ้นทีละนิดๆ

    "กะ..เกิดอะไรขึ้น~!?"

    "หึๆๆ ยังไงก็ตัวเล็กอยู่ดีนี่หว่า.."

    ปัง~!

    เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นแสบแก้วหูก่อนที่ฉันจะพบว่าร่างของตัวเองมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเมื่อครู่นี้มาก ทุกๆอย่างรอบๆตัวของฉันจึงดูมีขนาดปกติสำหรับฉัน ฉันก้มมองสำรวจร่างของตัวเองอย่างประหลาดใจเป็นจังหวะเดียวกันที่บาฮามุทลุกขึ้นยืนและเดินกลับไปยังเก้าอี้ของตนเอง

    "ในเมื่อข้าไม่อยากที่จะเข้าเรียน ข้าจึงอยากจะส่งตัวแทนไปเรียนแทนได้มั้ยท่านโอราเคิล.." บาฮามุทเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่แฝงไปด้วยเลศนัย

    "เอ่อคือ..."

    "ถ้าเจ้ามนุษย์นั่นเรียนเสร็จ ก็ค่อยให้ยัยนั่นมาแบ่งปันความรู้ก็ได้นิ จริงมั้ย"

    "จริงขอรับ..แต่ว่า..."

    "เป็นอันว่าตามนี้ละกัน ยัยมนุษย์นั่นจะเป็นคนจัดการเรื่องเรียนแทนข้า ดังนั้นแล้วข้าขอตัวก่อนละ ท่านโอราเคิล.." บาฮามุทลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกับเดินออกไปจากห้องพร้อมกับรอยยิ้มที่มีชัยซึ่งฉันไม่เข้าใจว่ามันเรื่องอะไรกัน เท่าที่ฉันจับเรื่องได้คือเจ้ามังกรพวกนั้นกำลังคุยเรื่องการเรียนอะไรสักอย่าง

    บาฮามุทในตอนนี้เดินออกจาไปห้องไปแล้ว ทิ้งให้เจ้ามังกรร่างสีเขียวหน้าแก่ยืนกุมขมับอยู่ที่โต๊ะของตัวเองก่อนจะค่อยๆเดินมาหาฉันอย่างรวดเร็ว

    "เจ้ามนุษย์" มันเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายใจ ฉันเองก็มองหน้าของมันอย่างหวาดๆพลางยิ้มแหยๆให้มัน

    "คะ..ค่ะ"

    "เจ้าเคยเรียนหนังสืออะไรมาก่อนหรือเปล่า?"

    "เอ่อ.. ค่ะ ฉันเป็นนักเรียนม.ปลาย ก็ไม่แปลกอะไรหรอกค่ะที่ฉันจะเรียนหนังสืออะไรนั่น" พอฉันพูดจบ จู่ๆเจ้ามังกรตัวตรงหน้าของฉันก็มีทีท่าเปลี่ยนไปในทันที แววตาของมันเป็นประกายวับๆราวกับดาวบนท้องฟ้าก่อนที่มันจะคว้ามือทั้งสองข้างของฉันไปกุมเอาไว้

    "โอ้วพระเจ้าๆๆ~!! ข้าเพิ่งเคยเห็นคนที่เรียนหนังสือก็วันนี้แหละ โอ้ย! ขอบคุณสวรรค์จริงๆ!" มันพร่ำเพ้อไปชั่วครู่ใหญ่อย่างดีอกดีใจซึ่งฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมันต้องดีใจขนาดนั้น ทั้งๆที่ฉันแค่บอกมันไปว่าฉันเป็นนักเรียนม.ปลายแค่นี้เอง

    "เอ่อ..คือ..."

    "วันพรุ่งนี้เราจะเริ่มเรียนกันตอนเก้าโมงเช้า! เจ้าอยากเรียนวิชาอะไรล่ะ!?" เจ้ามังกรแก่นั่นไม่สนใจในอาการท่าทีของฉันก่อนจะยิงคำถามมาใส่ฉัน

    "เอ่อ... วิชาอะไรก็ได้ค่ะ"

    "เยี่ยม!! งั้นพรุ่งนี้เราจะมาเรียนวิชาประวัติศาสตร์กัน!! โอ้ย!! ข้าตื่นเต้นจนพูดอะไรไม่ถูกแล้ว อ้อ! คุยกันมาตั้งนานข้าลืมแนะนำตัวเองเสียสนิทเลย ข้ามีนามว่า โอราเคิล โหรฯประจำตัวของท่านบาฮามุทและที่ปรึกษาส่วนตัว แล้วเจ้าละชื่ออะไร!?"

    "ระ..ริวคาเซ ริวฮานะ ค่ะ หรือจะเรียกสั้นๆว่า ฮานะจังก็ได้ค่ะ ฉันไม่ถือ"

    "ยินดีที่ได้พบเจ้านะ ฮานะจัง เอาล่ะขอเวลาข้าสักครู่!" ว่าพูดจบมันก็รีบเดินตรงไปยังโต๊ะของมันในทันทีพลางหยิบหนังสือและเครื่องเขียนจำนวนหนึ่งติดมือมาด้วย ฉันเองยังงงๆอยู่เลยนะเนี่ย มังกรตัวนี้ช่างแปลกประหลาดอะไรเช่นนี้

    "เอ้า! ตำราเรียนและเครื่องเขียนของเจ้า!" มันยื่นพวกหนังสือที่มันเพิ่งหยิบมา ฉันรับไว้ด้วยท่าทีงงๆ หนังสือบ้าอะไรกันเนี่ย ทำไมมัหนักแบบนี้แถมยังหนาอีกต่างหาก!

    "นี่...นี่คือตำราเรียนทั้งหมดเลยใช่มั้ยค่ะ~?"

    "ใช่! และหวังว่าเจ้าคงจะอ่านมาล่วงหน้าก่อนที่เราจะเริ่มเรียนกันในวันพรุ่งนี้นะ! เอาล่ะข้าขอตัวก่อนละกัน พอดีว่ามีงานให้สะสางอีก! โชคดีนะจ๊ะ ฮานะจัง เจอกันใหม่วันพรุ่งนี้! ลัลล้าดีใจจังเลย เจอนักเรียนแล้วว~~ อร๊างงง!"

    โอราเคิลอะไรนั่นเดินลอยหน้าลอยตาออกจากห้องไปแล้ว พร้อมกับร้องเพลงไปพลางๆด้วย ฉันมองหลังของมันด้วยความงุนงงสุดขีด แล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน~!? ทำไมฉันต้องมาแบกหนังสือหนักๆอะไรพวกนี้ด้วย!

    "นี่มันเรื่องอะไรก๊านนนนนน~!!!!!"

    เช้าวันต่อมาฉันกำลังแต่งเนื้อแต่งตัวพร้อมกับตรวจสอบข้าวของทั้งหมดที่ฉันจะต้องใช้ไปเรียน..หนังสือ...

    ใช่! วันนี้คือวันที่ฉันจะต้องไปเรียนหนังสือ ฉันเองยังงงๆอยู่เลยว่ามันกลายมาเป็นแบบนี้ได้ยังไง~!? และไม่รู้ว่าฉันบ้าหรือเพ้อกันแน่ฉันเผลอใส่ชุดยูนิฟอร์มของโรงเรียนฉันไปเนี่ย สงสัยฉันท่าทางจะบ้าไปแล้วแน่ๆ เมื่อวันก่อนฉันหลุดเข้ามาในโลกแห่งนี้ แถมตอนนี้ยังต้องมาจับพลัดจับผลัดจับผลูมาเรียนหนังสือในที่ๆฉันเองยังไม่รู้จัก ช่างเหอะ! ถ้าเกิดฉันไม่ทำตามคำขอของเจ้าโอราเคิลอะไรนั่น ฉันอาจจะต้องซวยมากกว่านี้ก็เป็นไปได้

    อ้อ! ลืมบอกไปเลยว่าตัวของฉันกลับมาเท่ามดเหมือนเดิมอีกแล้ว เป็นเวลานานมากกว่าที่ร่างของฉันจะกลับมาเล็กลงเหมือนเดิม ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอะไร อาจจะเป็นเพราะเจ้าบาฮามุทอะไรนั่นแน่ๆเลย เจ้ามังกรนั่นอาจจะจงใจแกล้งฉันก็ได้ แล้วฉันไปทำอะไรให้มันไว้ล่ะ!?

    "โอ้ยย~! ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ฉันต้องบ้าตายแน่ๆ~!" ฉันมองตัวเองในกระจกพลางส่ายหัวไปมา ผมเพ้าที่ฉันบรรจงหวีเริ่มยุ่งเหยิงอีกครั้ง เหมือนกับความรู้สึกของฉันไม่มีผิด!!กริ้ง~!เสียงนาฬิกาที่หัวเตียงของฉันส่งเสียงเตือนขึ้นมา เวลาในตอนนี้เกือบจะแปดโมงเช้าแล้ว เจ้าโอราเคิลนั่นมันนัดฉันไว้ตอนเก้าโมงนี่น่า จะว่าไปถ้าหากไปก่อนเวลาคงไม่เสียหายอะไรอยู่แล้ว งั้นฉันว่าฉันควรออกไปเลยดีกว่า

    ว่าแล้วก็เดินออกจากห้องนอนของตัวเองก่อนที่จะนึกขึ้นได้ในทันทีว่าตัวของฉันมันเล็กเท่ามดขนาดนี้ แล้วฉันจะเรียนได้ยังไงกันเล่า!

    "ฮ่าๆ หน้าตาของเจ้านี่ดูตลกชิบเป๋งเลยว่ะ!" เสียงหัวเราะร่วนของใครบางคนดังขึ้นมาและนั่นเองที่ทำให้ฉันต้องมองไปยังต้นตอของเสียงหัวเราะนั่น และก็พบว่าเจ้ามังกรบาฮามุทกำลังนั่งหัวเราะอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ ดูสีหน้าของมันดูมีความสุขเสียเหลือเกิน

    "เอ่อ.. มีอะไรน่าตลกเหรอ" ฉันแอบถามด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มพลางจัดทรงผมที่กำลังยุ่งเหยิง บาฮามุทหยุดหัวเราะแต่สีหน้าของมันเหมือนกับว่ากำลังกลั้นหัวเราะไว้อย่างยากลำบากและพร้อมที่จะระเบิดหัวเราะออกมาอีกรอบพร้อมกับเดินตรงมาหาฉันและโปรยผงอะไรบางอย่างลงมาบนตัวของฉัน และจู่ๆตัวของฉันก็ใหญ่ขึ้นมาเหมือนเมื่อวานไม่มีผิด พร้อมกับพวกตำราเรียนและเครื่องเขียนที่ฉันถือเอาไว้อยู่

    "ว้าว! นายทำแบบนั้นได้ยังไงกัน!" ฉันถามพลางสำรวจร่างกายตัวเองอย่างประหลาดใจ

    "เวทมนตร์ขยายวัตถุแบบง่ายๆยังไงล่ะ มนุษย์อย่างเจ้าจะไปเข้าใจอะไร ฮ่าๆ ขอตัวก่อนละกัน ข้ามาช่วยเจ้าแค่นี้แหละ!" มันว่าพร้อมกับหัวเราะร่วนเดินออกจากห้องไป ฉันยืนงงๆพร้อมกบเกาหัวตัวเองอย่างไม่เข้าใจก่อนจะเดินออกจากห้องตามมันไป

    เวลา 8.47 น.

    "แล้วเจ้ามังกรนั่นไม่ได้บอกว่าฉันต้องไปเรียนห้องไหน แล้วชาตินี้ฉันจะเจอห้องเรียนนั่นมั้ยนะ!?"
    ฉันพูดกับตัวเองอย่างหัวเสียพลางเดินมองซ้ายมองขวาอย่างหมดหนทาง เจ้ามังกรนั่นไม่ได้บอกฉันซะด้วยว่าจะเรียนที่ห้องไหน ตัวของฉันเองก็ลืมถามมันซะด้วย ถ้าขืนเป็นแบบนี้ฉันว่าฉันโดดเรียนดีกว่า แล้วให้เจ้ามังกรแก่โอราเคิลมาตามฉันเอง ถือโอกาสเดินเที่ยวเล่นสักหน่อยดีกว่า

    ภายในปราสาทแห่งนี้ (ที่ฉันเข้าใจว่ามันคือปราสาท) ดูโอ่โถงและใหญ่โตมโหฬารที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา มีรูปภาพและรูปปั้นมากมายตั้งประดับเรียงรายเต็มไปหมด ที่พื้นมีพรมสีสันต่างๆปูไว้ทุกๆทางเดินทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหญิง หน้าต่างก็มีลวดลายสวยสดงดงามราวกับในโบสถ์คาทอลิก มังกรหลายตัวกำลังเดินขวักไขว่ไปมาพร้อมกับพูดคุยกันอย่างออกรส บ้างก็กำลังทำความสะอาดเครื่องใช้ต่างๆอย่างพิถีพิถัน แต่บ้างก็กำลังนั่งหลับและพักผ่อนอยู่ตามเก้าอี้ม้านั่ง จะว่าไปแล้วท่าทางของเจ้ามังกรเหล่านี้ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากคนปกติทั่วไปเสียเท่าไหร่ พวกเขาพูดและใช้ภาษาญี่ปุ่นเหมือนกับฉัน นิสัยก็คล้ายๆคนทั่วๆไป ตอนแรกฉันนึกว่ามังกรต้องเดินสี่ขา มีท่าทางดุร้ายและไร้ความปราณี แต่ว่าพอมาเห็นแบบนี้แล้วมันทำให้รู้สึกแอบขำขึ้นมาทันที ถ้าคุณปู่มาเห็นสภาพของฉันในตอนนี้จะประหลาดใจมั้ยนะ

    ตุ๊บ~!

    ในขณะที่ฉันกำลังเดินชมนู่นชมนี่จนไม่ได้เหลียวมองทาง ร่างของฉันก้เดินไปชนกับใครเข้าสักคนนึงก่อนที่ตัวของฉันจะล้มก้นจ่ำเบ้า

    "เอ่อ..ขะ..ขอโทษค่ะ!"

    "อืม เจ้านี่เอง.."เสียงเข้มๆของคนที่ฉันเพิ่งเดินไปชนดังขึ้นและฉุดร่างของฉันให้ลุกขึ้นมายืนพลางเก็บข้างของที่เกลื่อนเรี่ยราดอยู่บนพื้น

    "เอ่อ..คุณคือ..."

    "หึ! เราเคยเจอกันที่ในป่าไง เจ้าจำไม่ได้หรือ..."

    ..มังกรตัวสีน้ำเงินที่มาช่วยชีวิตฉันในป่าตัวนี้นี่เอง!

    "อ้อ~! คุณนี่เอง ยังไงก็ขอบคุณมากๆเลยนะค่ะที่ช่วยชีวิตฉันเอาไว้ แต่ว่า... ฉันจำได้ว่าในตอนนั้นฉันตกลงไปในเหวไม่ใช่หรอค่ะ" ฉันพูดพลางนึกคิดถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น เจ้ามังกรสีน้ำเงินกอดอกพลางหัวเราะหยันอย่างดูถูกดูแคลน

    "เหอะๆ ถ้าเจ้าตกลงไปในเหวนั่นจริงๆ เจ้าจะมีหน้ามายืนที่นี่หรือไง!?" มันตะคอกใส่ฉันเบาๆด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่นั่นทำให้ฉันรู้สึกกลัวขนลุกซู่ไปในทันที มังกรอะไรเนี่ยทำไมดูน่ากลัวจัง ดูน่ากลัวกว่าบาฮามุทเสียอีก

    "ข้ามีนามว่า เบลด.."

    "คะ..ค่ะ ริวคาเซ ริวฮานะค่ะ ยินดีที่รู้ได้พบค่ะ!"

    "ชื่อบ้าบออะไรของเจ้า ทำไมยาวเยี่ยงนี้" มันถามด้วยน้ำเสียงที่สงสัย

    "เอ่อ..มันคือชื่อและนามสกุลเต็มๆของฉันนะค่ะ แต่ถ้าไม่สะดวกที่จะเรียกแบบนั้น ก็เรียกว่าฮานะจังก็ได้ค่ะ ฉันไม่ถือ"

    "เหอะ!" มันหัวเราะในลำคออีกครั้งก่อนจะหันหลังหนีหน้าของฉัน "ตามข้ามา"

    "หา?" ฉันสงสัยในทันที มันมองฉันด้วยหางตาก่อนจะพูดขึ้นมาต่อ

    "ท่านโอราเคิลให้ข้ามาตามเจ้าเข้าห้องเรียน นี่เจ้าฉลาดน้อยหรือโง่กันแน่ที่เข้าไปเรียนกับท่านโอราเคิล"

    "เอ่อ...มันมีอะไรหรอ ก็แค่เรียนเท่านั้นเองไม่ใช่หรอ?" ฉันถามด้วยความสงสัยและงุนงงสุดๆ มันมีอะไรกันหรอกับการเรียนกับเจ้ามังกรแก่นั่น ขนาดเบลดยังพูดแบบเดียวกับบาฮามุทเลย มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นในชั้นเรียนแน่ๆ

    "เหอะ เอาไว้เจ้าเจอเองแล้วเดี๋ยวเจ้าจะรู้เอง" มันพูดท้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนที่จะเดินนำทางให้กับฉัน ฉันรีบเดินตามเบลดไปอย่างรวดเร็ว เจ้ามังกรตัวนี้เดินเร็วสุดๆเลย ขนาดฉันเดินเร็วที่สุดของฉันแล้วยังเดินไม่ทันเลยจนตอนนี้ฉันต้องวิ่งตามแล้วนี่มันจะรีบร้อนไปไหนเนี่ยย~!!?

    "ถึงแล้ว"
    เบลดพาฉันมาถึงห้องเรียนที่ฉันต้องเข้าในที่สุด มันเป็นประตูไม้บานใหญ่แต่มันอาจจะเป็นขนาดปกติสำหรับมังกรพวกนี้ก็ได้ ฉันมองหน้าเบลดพร้อมกับพูดขอบคุณกับมัน เบลดเองก็ไม่ได้มีท่าทีตอบกลับมาแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าส่งสายตาโหดๆมาให้กับฉันแทนก่อนจะปลีกตัวเดินหายลับสายตาไปจากทางเดิน ฉันกลับมาสนใจหน้าห้องเรียนของฉันต่อ

    ฉันสูดอากาศหายใจเข้าไปฟอดใหญ่ก่อนจะค่อยๆออกแรงดันประตูนั่น แต่ทว่ามันกลับไม่ยอมเปิดออก ฉันออกแรงสุดขีดแล้วแต่ทว่ามันก็ยังไม่เปิดให้กับฉัน นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย!? ฉันอุตส่าหฺเดินมาเจอห้องเรียนแล้วนะ แต่ว่าทำไมมันถึงไม่เปิดออกมาล่ะ ฉันใช้เวลาอีกสักพักใหญ่จนกระทั่งหมดแรงที่จะดันประตูบานใหญ่นี่ ฉันนั่งทรุดลงกับพื้นอย่างอ่อนแรงพลางบ่นกระปิดกระปอดกับเจ้าประตูเจ้าปัญหา ทำไมตัวของฉันต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายอะไรแบบนี้ด้วยนะ

    "อ้าว มาแล้วหรอฮานะจัง"เสียงของใครดังขึ้นมากระทบกับโสตประสาทของฉันและเมื่อฉันหันไปมองเจ้าของเสียงที่เรียกฉันอยู่...
    "มานั่งทำอะไรตรงนี้ละเนี่ย ไม่เข้าไปในห้องเรียนล่ะ?"

    เจ้ามังกรแก่โอราเคิลกำลังแบกตำราเรียนเล่มใหญ่พร้อมกับเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆไว้อย่างพะรุงพะรัง ฉันเห็นดังนั้นจึงค่อยๆตรงเข้าไปช่วยมันยกของ ซึ่งมันก็เอ่ยขอบคุณฉันเป็นการใหญ่ ฉันก็ได้แต่ยิ้มแหยๆก่อนจะบอกว่าฉันเปิดประตูห้องเรียนไม่ได้

    "เอ่อ..หนูเปิดประตูห้องไม่ได้อะค่ะ เหมือนมันล๊อคเอาไว้"

    "หืม~ ปกติข้าไม่เคยล๊อกประตูห้องเรียนนา ทำไมถึงเปิดไม่ออกละ" โอราเคิลเอ่ยขึ้นอย่างสงสัยพลางเดินตรงไปยังประตูและ..

    ครืด~!

    เลื่อนมันออกมาอย่างงายดาย...

    "นี่ไง! เปิดแล้ว!"

    มันคือประตูบานเลื่อนเองหรอกหรือ!? นี่ฉันเสียแรงผลักมันไปกี้นาทีกันเนี่ย!

    "อ่า...นะ..หนูนึกว่าต้องผลักมันเข้าไปอะค่ะ ไม่รู้ว่ามันเป็นประตูเลื่อน" ฉันบอกเหตุผลที่แสนจะซื่อบื่อของฉันให้กับโอราเคิลฟัง มันมองฉันด้วยสีหน้างุนงงก่อนจะเรียกให้ฉันเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับมัน และฉันก็ต้องอึ้งไปในทันทีเมื่อย่างเข้ามาในห้องเรียน...

    "นะ..นี่มัน!"

    นี่มันห้องเรียนของฉันเองไม่ใช่หรอ!? เฟอนิเจอร์ โต๊ะเรียน กระดานดำ หรือแม้แต่บานหน้าต่างก็เหมือนกับที่ห้องเรียนของฉันไม่มีผิดเพี้ยน ขนาดบอร์ดประกาศที่อยู่ตรงหลังของฉันยังเหมือนกันไม่มีผิด! พระเจ้า!? ห้องเรียนของมังกรมันก็เหมือนห้องเรียนของฉันเองหรอกหรือเนี่ย!?

    "พอดีข้าอยากให้ห้องเรียนมันเหมือนกับห้องเรียนของเจ้ามากทีสุดหนะ เพราะว่าเวลาเจ้าเรียนจะได้คุ้นเคยละก็ไม่เครียดมากเกินไป"

    โอราเคิลว่าพลางวางของลงบนโต๊ะประจำของอาจารย์ที่หน้าห้อง ฉันมองไปทั่วๆห้องพลางเดินไปส่งของให้กับโอราเคิล ฉันประหลาดใจเป็นอย่างมากที่ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้นะ ทุกอย่างมันเหมือนกับว่าลอกมาหมดเลย

    "นายทำแบบนี้ได้ยังไงอ่ะ?" ฉันถามโดยไม่ได้หันไปมองหน้ามัน เพียงแต่มองไปยังบรรยากาศทั่วห้อง จะว่าไป..วันนี้ฉันก็แต่งยูนิฟอร์มของนักเรียนมาด้วยนินา นี่ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกเหมือนมาโรงเรียนตัวเองไม่มีผิด

    "ก็...แค่เอารูปแบบต่างๆมาจากความคิดของเจ้าน่ะ"

    "หา~! ตอนไหนกัน?"

    "ก็ตอนที่ข้าเจอเจ้าครั้งแรกเลยน่ะ ข้าเองก็ประหลาดใจเหมือนกันว่าทำไมจู่ๆมนุษย์อย่างเจ้ามาอยู่ที่ดินแดนมังกรแห่งนี้ได้ ทั้งๆที่มนุษย์น่ะๆไม่สามารถเดินทางมายังโลกของพวกเราได้เลย มีแต่พวกเราเท่านั้นแหละที่สามารถเดินทางผ่านไปมาระหว่างโลกของเจ้าและโลกของเราได้"

    โอราเคิลอธิบายพลางจัดการข้าวของที่หิ้วมาพร้อมกับเริ่มเขียนกระดานดำด้วยชอร์คสีขาว "เจ้ารีบไปนั่งที่ได้แล้ว เลือกนั่งได้ตามใจชอบได้เลยนะ เพราะเจ้ามาคนแรกนิ"

    ฉันมองหน้าของโอราเคิลนิดหน่อยก่อนจะเดินตรงไปยังโต๊ะเรียนประจำของฉัน ซึ่งอยู่ริมหน้าต่างด้านหลังสุด ฉันค่อยๆจัดแจงเอาสมุดโน๊ต ตำราเรียนที่โอราเคิลให้มา และเครื่องเขียนขึ้นมาวางพร้อมไว้บนโต๊ะ

    แต่ทว่า...มีบางอย่างรู้สึกขาดหายไป ฉันเริ่มมองสำรวจรอบตัวและก็ต้องพบว่ามีเพียงฉันคนเดียวเท่านั้นในห้องเรียน แล้วนักเรียนคนอื่นๆไปไหนหมดล่ะ ห้องเรียนนี่มีโต๊ะเรียนมากกว่าสามสิบตัว แต่ทว่ามีเพียงฉันที่นั่งหว้าเหว่อยู่คนเดียว

    "เอ่อ..." ฉันค่อยๆยกมือขึ้นมาเพื่อที่จะถามโอราเคิลที่กำลังจัดเรียงตำราอยู่บนโต๊ะ มันมองหน้าของฉันก่อนจะยิ้มมาให้ฉัน

    "ว่าไง ฮานะจัง"

    "ละ..แล้วนักเรียนคนอื่นไปไหนหมดล่ะค่ะ ทำไมถึงมีแค่หนูคนเดียวในห้องแบบนี้" ฉันถามออกไปด้วยความสงสัย โอราเคิลหยุดยิ้มไปในทันทีพร้อมมีสีหน้าบึ้งตึงดูเครียดๆจนฉันรู้สึกอึดอัด

    "คนหนุ่มสาวสมัยนี้เขาไม่ชอบเรียนหนังสือกันแล้วล่ะ วันๆเอาแต่ต่อสู้บ้าๆบอๆ ใช้แต่กำลัง! ข้าละเบื่อจริงๆ! ไม่เหมือนสมัยก่อนที่มีแต่นักเรียนนั่งเรียนเต็มห้องขยันขันแข็ง บลาๆๆๆ~~~" โอราเคิลเริ่มบ่นยาวมากกกกก จนฉันรู้สึกอยากจะเอาหัวฟาดโต๊ะตัวเองแรงๆสักสิบทีที่ดันไปเปิดประเด็นโง่ๆ ฉันไม่น่าถามมันเลย

    "วันนี้เราจะเรียนกันเรื่อง..พื้นฐานประวัติศาสตร์ของโลกมังกร....." จู่ๆโอราเคิลก็หยุดบ่นและเริ่มสอนบทเรียนทันที ฉันเปิดสมุดโน๊ตพลางเปิดหน้าหนังสือตามที่มันบอกจะว่าไปบรรยากาศแบบนี้มันก็ดีไปอย่างนึงนะ มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนอยู่ที่โลกของฉันจริงๆ มันไม่ได้ดูแปลกประหลาดอะไรเสียทีเดียว ถึงแม้ว่าฉันจะต้องเรียนคนเดียวและมีอาจารย์ที่สอนเป็นมังกร แต่ว่า...มันเหมือนกับฉันกำลังเรียนอยู่ในห้องเรียนของฉันจริงๆ
    บทเรียนของวันแรกของฉันเริ่มขึ้นแล้ว...

    5 ชั่วโมงต่อมา

    "เอาล่ะทีนี้...เจ้ามีคำถามอะไรมั้ย"

    โอราเคิลเอ่ยขึ้นพร้อมกับละสายตาจากกระดานดำมามองฉันที่กำลังนั่งจดเลคเชอร์อย่างเป็นบ้าเป็นหลัง

    มันคือ 5 ชั่วโมงแห่งฝันร้ายในด้านการศึกษา เกิดมาฉันยังไม่เคยเจออะไรที่มันบ้าบอแบบนี้มาก่อน เจ้าโอราเคิลนั่นสอนแบบนอนสต๊อปเลย แม้แต่วินาทีเดียวเองก็ไม่หยุด บนกระดานดำตอนนี้เต็มไปด้วยตัวอักษรและรูปภาพเต็มไปหมด ตำราเรียนทุกเล่มของมันที่เอามาเปิดอ้าเอาไว้ทุกเล่ม ไส้ดินสอกดของฉันหมดไปหลายสิบแท่งและนิ้วของฉันซึ่งตอนนี้มันล๊อคไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ฉันกำลังจะเป็นบ้า!มาถึงในตอนนี้ฉันเองเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมบาฮามุทและเบลดถึงไม่เรียนกับโอราเคิลบ้าบอนี่ เพราะเล่นเรียนซะขนาดนี้นักเรียนก็หนีหายตายจากไปหมด

    "เอ่อ..คือ..."

    "ว่าไง ฮานะจัง เจ้าสงสัยอะไรรึ?"

    "หนูรู้เหตุผลแล้วล่ะค่ะว่าทำไมถึงไม่มีใครอยากเรียนกับอาจารย์ เพราะว่าอาจารย์สอนแบบ....พยายามฆ่าคนอะค่ะ" ฉันพยายามพูดอย่างสุภาพที่สุดแต่ก็อดประชดประชันใส่ไม่ได้ เพราะการสอนของมันไม่มีครูที่ไหนเขาทำกันหรอก อย่างน้อยก็น่าจะมีพักไปเข้าห้องน้ำและยืดเส้นยืดสายบ้าง แต่นี่...ไม่มีใดๆทั้งสิ้นนอกจากเนื้อหาวิชาการ ทุกวินาทีของโอราเคิลคือวิชาการทั้งหมดไม่มีการคุยนอกเรื่องใดๆเลย

    "หระ..หรอ ข้าเองก็เพิ่งรู้วันนี้เนี่ยแหละ" โอราเคิลพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มรู้สึกผิด แต่สำหรับมันฉันคิดว่าการที่เพิ่งสำนึกผิดตอนนี้มันสายไปแล้วล่ะ

    ฉันค่อยๆไล่สายตาอ่านตำราเรียนไปเรื่อยๆพลางอ่านเลคเชอร์ที่จดไว้ทั้งหมด โอราเคิลนั่งมองฉันมาจากโต๊ะของอาจารย์ก่อนจะเอ่ยถามฉันขึ้นมาเบาๆ

    "นี่ เรียนกับข้าแล้วเจ้ารู้สึกเช่นไรบ้างละ"

    "เอ่อ...ก็ถ้ามีการตัดชั่วโมงเรียนลง แล้วก็มีการพักเบรคอะไรสักนิดหน่อย หรือมีการพูดคุยนอกเรื่องอย่างคุยเรื่องจิปาถะเรื่องตลกอะไรอย่างนี้ก็น่าจะดีขึ้นอะค่ะ เพราะการสอนแบบนี้มันคือการฆ่าคนชัดๆ ที่โรงเรียนของหนูเองก็ไม่ได้สอนอะไรแบบนี้เยอะแยะ ส่วนใหญ่นักเรียนจะได้รับมอบหมายงานและหัวเรื่องมาแล้วก็กลับไปศึกษาเองที่ห้องสมุดหรือไม่ก็บ้านอะค่ะ"

    "…" มันทำท่าครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะค่อยๆเอ่ยปากขึ้นมา “แต่แบบนั้นมันจะดีหรอ ถ้าเกิดนักเรียนเกิดข้อสงสัยขึ้นมาละ ใครจะเป็นคนตอบ?”

    “อืม.. บางครั้งสิ่งที่นักเรียนไม่เข้าใจก็อาจจะถามในห้องเรียนหลังจากศึกษามาเองอะค่ะ แต่ว่าถ้าอาจารย์เอาแต่จะสอนแบบนี้ นักเรียนก็เครียดกันเป็นธรรมดา หนูคิดว่า... ถ้าหากอาจารย์ปฏิบัติตามที่หนูเพิ่งบอกไป หนูเชื่อว่าน่าจะมีคนกลับมาเรียนเป็นอย่างแน่นอนค่ะ” ฉันพูดพร้อมกับยิ้มให้มัน ซึ่งนั่นเองที่ทำให้โอราเคิลรู้สึกขะเขินขึ้นมาทันที ฉันขมวดคิ้วก่อนจะมองหน้าของมันด้วยความสงสัย

    “อะ..อืม ข้าจะค่อยๆปฏิบัติตามละกัน เอาซะ ยังไงวันนี้ก็พอไว้แค่นี้ก่อน เพราะเดี๋ยวข้าต้องไปทำงานเอกสารต่อ แต่สำหรับเจ้า รู้สึกว่าชั่วโมงเรียนต่อไปฝ่าบาทอยากให้เจ้าไปพบน่ะ”

    “เอ่อ.. วิชาเรียนต่อไป?”

    “ก็ปกติแล้ววันนึงเราจะเรียนกันสองวิชาต่อวัน วิชาต่อไปที่เจ้าต้องไปเรียนก็คือ... เอ ให้ข้าขอดูก่อน” โอราเคิลว่าพลางค่อยๆค้นกระเป๋าเอกสารของตัวเองก่อนจะหยิบกระดาษใบนึงขึ้นมา
    “วิชาที่เจ้าต้องไปเรียนต่อไปคือ.. ศิลปะการป้องกันตนเอง”

    “ศะ..ศิลปะอะไรนะค่ะ” วิชาอะไรนะ!?

    “ศิลปะการป้องกันตนเอง” โอราเคิลย้ำอีกครั้งนึงและนั่นเองที่ทำเอาฉันรู้สึกใจแป้วไปในทันที วิชาอะไรกัน!? เกิดมาฉันยังไม่เคยได้ยินมาก่อน

    “มันคือวิชาอะไรค่ะ”

    “ก็...จะเป็นการเรียนเกี่ยวกับกลยุทธการต่อสู้ทั่วๆไปนะ ยังไงเสียเจ้าก็ต้องลองไปเรียนก่อนละกัน ข้าขอตัวก่อนนะ”
    มันพูดก่อนจะยิ้มให้กับฉันอีกครั้งและเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ฉันนั่งเอ๋ออยู่ที่โต๊ะคนเดียว แล้วนี่ฉัน..ฉันจำเป็นต้องไปเรียนวิชานั่นมั้ยเนี่ย!?

    “โรงเรียนบ้าอะไรว่ะเนี่ย~?” ฉันบ่นกับตัวเองอย่างสับสนก่อนจะค่อยๆเก็บข้าวของลงกระเป๋าอย่างเชื่องช้าพลางมองไปยังข้างล่างนอกห้องเรียนผ่านหน้าต่าง เหล่ามังกรทั้งหลายเริ่มไปรวมตัวกันที่ลานข้างล่าง และเริ่มจับกลุ่มคุยกัน ในมือของมังกรแต่ละตัวนั้นจะมีอาวุธประจำตัวอยู่อย่างละชิ้น ไม่ว่าจะเป็นดาบ หรือไม้พลอง เท่าที่ฉันเห็นและรู้จัก นอกนั้นฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรบ้าง เพราะไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ว่าฉันคงต้องรีบแล้วล่ะ ไม่อย่างงั้นสายแน่นอนก่อนที่ฉันจะเดินออกจากห้องไป สายตาของฉันไปหยุดอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่งและนั่นเองที่ทำให้ฉันหยุดเดินไปในทันที..

    โต๊ะตัวนั้น... เก้าอี้ตัวนั้น...
    ของโคอิจิ...

    ฉันค่อยๆเดินไปที่โต๊ะตัวนั้นอย่างเชื่องช้า ทำไมนะจู่ๆน้ำตาของฉันมันก็พาลไหลออกมาดิ้อๆ ความรู้สึกเจ็บช้ำเริ่มถาโถมเข้ามาในจิตใจของฉันอีกแล้ว ทำไมนะ ไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ไหน ภาพของโคอิจิยังคงติดตรึงอยู่ในสายตาและหัวใจของฉันตลอดเวลา ฉันพยายามที่จะลืม ลืมความเจ็บปวดที่มีมาไปให้หมด แต่ว่าภาพของโคอิจิก็ไม่เคยหายไปเสียที ฉันเองก็จนปัญญาแล้ว ฉันไม่รู้ว่าจะควรทำยังไงต่อไปดี..

    “โคอิจิ...” ฉันพูดชื่อของเขาด้วยน้ำเสียงเบาหวิวพลางเอามือลูบไปที่โต๊ะของโคอิจิอย่างแผ่วเบา น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าหยดลงบนโต๊ะของเขาจนมันชุ่มไปหมด.. ฉันคิดถึงนายเหลือเกินโคอิจิ.....

    ครืดด~!!

    “โอย~! เจ้ามนุษย์!!” เสียงของใครบางคนดังขึ้นมากระทบโสตประสาทของฉันที่กำลังร้องไห้อยู่ข้างๆโต๊ะโคอิจิ ฉันรีบเช็ดน้ำตาของตัวเองอย่างลวกๆก่อนจะหันไปมองคนที่เพิ่งเปิดประตูห้องเข้ามา

    “ไปเรียนวิชาต่อไปได้แล้ว!!” บาฮามุทตะโกนเรียกฉันเสียงดังพลางยืนกอดอกมองหน้าฉัน และมันก็ต้องชะงักไปในทันทีเมื่อเห็นฉันที่มีคราบน้ำตาเปลื่อนเปอะเต็มหน้า

    “เจ้าเป็นอะไรไปน่ะ ร้องไห้ทำไม?”

    “อ๋อ..ปะ..เปล่า ไม่มีอะไร นายมาหาฉันมีอะไรหรอ?” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ฉันพยายามเป็นอย่างมากที่จะทำให้เสียงของตัวเองไม่สั่น บาฮามุทขวมดคิ้วอย่างงุนงง

    “เอาเหอะ มาเรียนวิชาต่อไปได้แล้ว วิชาต่อไปข้าสอนเอง” บาฮามุทพูดพร้อมกับยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ และนั่นเองที่ทำให้ฉันรู้สึก...ไม่ปลอดภัย.. หมายความว่ายังไง เจ้ามังกรตัวตรงหน้ากำลังจะมาสอนฉัน? หรือว่า...

    “นะ..นายเป็นอาจารย์วิชาเรียนศิลปะการป้องกันตัวหรอ!?” ฉันพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปที่มันอย่างตกอกตกใจ มันพยักหน้ามาให้ฉันก่อนจะถือวิสาสะมาลากร่างของฉันออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

    “ไปได้แล้ว! นี่มันใกล้ถึงชั่วโมงเรียนแล้ว!!!”

    “ดะ..เดี๋ยวก่อนสิ! จะให้ฉันไปเรียนวิชาต่อไปด้วยชุดแบบนี้หรอ แถมฉันยังไม่พร้อมที่จะไปเรียนเลย ขอให้ฉันพักสักชั่มโมงไม่ได้หรอ!” ฉันพูดพลางยื้อมันเอาไว้สุดกำลัง แต่นั่นไม่ได้ช่วยอะไรฉันแม้แต่น้อย เรี่ยวแรงของเจ้ามังกรนี่ช่างร้ายกาจยิ่งหนัก

    “ไม่มีเวลาแล้ว มาเร็วๆ! ก่อนที่ข้าจะจัดการปาดคอเจ้าเสียตรงนี้..” บาฮามุทหันมามองฉันด้วยหางตาก่อนจะชักดาบออกจากฟักของมันขึ้นมาจี้ที่คอของฉันและนั่นเองที่ทำให้ฉันตัวแข็งทื่อและไร้เรี่ยวแรงไปในทันที มันหัวเราะในลำคออย่างพอใจก่อนจะเดินลากร่างของฉันต่อไป

    มันจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของฉันอีกเนี่ย!? ฉันอยากกลับบ้าน!!!!!
    Last edited by KillerSpree; 05-06-2012 at 08:40 PM. Reason: แก้ไขคำผิดบางจุดและเรื่องเว้นบรรทัด

Facebook Comments


Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •