+ Reply to Thread
Page 1 of 33 12311 ... LastLast
Results 1 to 10 of 328
  1. #1
    Inoo

    กาลครั้งหนึ่ง...ความรัก (from board pramool)

    สวัสดีครับ

    ทุกคนคงรู้จักความรู้สึกที่เรียกว่า "รัก"

    นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวในไดอารี่ของใครซักคน

    และเป็นคนที่มีชีวิตอยู่กับคำๆนี้

    จนตอนนี้ตัวเค้าเองก็ไม่สามารถให้ความหมายของมันได้

    ถ้าใครอ่านแล้วตอบเค้าได้ว่า ความรัก สำหรับเค้ามันคืออะไร

    จะเป็นพระคุณอย่างสูง

    ขอบคุณครับ


    @#~#@ Open story #@~@#

    คุณเคยเขียนไดอารี่รึเปล่า

    ปกติการเขียนไดอารี่คงเป็นการบันทึกเรื่องราวประจำวันหล่ะมั้ง

    แต่ผมคงทำอย่างนั้นไม่ได้

    ก็เพราะผมเขียนไดอารี่ย้อนหลังหน่ะสิ เรื่องทั้งหมดมันเริ่มต้นขึ้นมานานเกินกว่าผมจะไปจำวันเดือนปีมันได้

    ผมจึงเขียนมันเป็นหนังสือเล่มหนึ่ง ที่บันทึกเรื่องราวในอดีตเอาไว้ ผมได้แต่เรียกมันว่าไดอารี่ เพราะนึกชื่ออื่นของมันไม่ออก

    ทำไมผมถึงเขียนมันหน่ะเหรอ ก็เพราะคนๆหนึ่งที่ผมรัก เค้าอยากอ่านเรื่องราวของผม

    เค้าบอกผมว่าอยากรู้ความจริง.........ก็เท่านั้น เอาหล่ะ เรื่องของผมมันเป็นอย่างงี้




    รักครั้งแรกหน่ะนะ ลืมมันไปเหอะ ถ้าอยากรู้ก็ไปดูเรื่องแฟนฉันเอาแล้วกัน ตอนนั้นยังเด็กอยู่เลยนะคุณ ผมจำไม่ได้แล้วหล่ะ

    แต่อันที่จำได้นี่ มันเป็นความรักตอนผมอยู่ ม. ปลาย ตอนนี้นะเหรอ อายุก็มากโขแล้วหล่ะ

    เออ เข้าเรื่องแล้วกัน ตอน ม. ปลายหน่ะ สมัยนั้น ผมเชื่อนะว่า "ความรักที่มั่นคง มันอาจทำให้ใครซักคนเปลี่ยนใจได้"

    ตัวผมก็เฝ้าจีบสาวคนนึง สมมุติว่าชื่อเปิ้ลแล้วกัน เธอเป็นผู้หญิงที่น่ารักนะ ในสายตาผม เธอให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเด็กที่เราต้องให้การดูแล เอาแต่ใจ แต่ก็พูดรู้ภาษา บางทีก็อ้อนๆเราบ้าง แต่ก็แปลกแหะ ผมถามเธอว่าเราเป็นมากกว่าเพื่อนได้มั้ย คุณเชื่อป่าว ผมถามอย่างนี้ปีละครั้งตั้งแต่ ม. 4 ยัน ม. 6 เธอก็ให้คำตอบผมคำเดียวว่า ไม่

    เออ ก็เสียใจแหละ แมร่ง คนดีๆดูแลเอาใจใส่ไม่ชอบ ตัวผมก็รอนะ แต่ก็แอบจีบคนอื่นบ้าง แอ๊บมีแฟนอีกคนไม่ให้เธอรู้เพราะอยู่ต่างโรงเรียนกัน อีกคนชื่อน้ำแล้วกัน จริงๆผมก็ชอบน้ำมากนะ เธอเป็นผู้หญิงที่ไม่เรื่องมาก ดูแลง่าย ไม่นอกใจ ไม่ขี้อ้อน นิสัยดี แถมยังน่ารักมากด้วย ตัวเล็กๆขาวๆผมยาวแค่บ่า แต่ชอบสุดนี่ดวงตาเลย ดวงตาดำเป็นประกายอ่า เอ่อ พล่ามมาพอแล้ว อันที่จริงเราก็น่าจะไปด้วยดีนะ เสียอย่างเดียวตรงที่ผมยังติดยัยเปิ้ลนี่สิ ก็จีบมาตั้งนาน แล้วจู่ๆจะให้ปล่อยตัดสัมพันธ์เลยก็กระไรอยู่ อย่างน้อยก็เพื่อนกัน เลยเป็นแฟนกับน้ำและจีบยัยเปิ้ลต่อ เห้ย ผมรักทั้งสองคนจริงๆนะ ไม่ได้หวังร่างกายด้วย สมัยนั้นเป็นคนให้เกียรติผู้หญิงอยู่

    เรื่องความรักเวลามันมาก็มา เวลาไปก็ไปนะ ผมคบกะน้ำได้ เกือบปี นานน่าดูเลยหล่ะ แต่เรื่องจีบยัยเปิ้ลนี่ไปเข้าหูน้ำตอนไหนก็ไม่รู้ ก็เลย "เราพอนี้เถอะ" ผมยังจำคำพูดเธอได้ น้ำเธอเป็นคนน่ารักนะ แต่โหดมาก ไม่มีการให้กดรีสตาร์ท หรือเทคที่สองสำหรับเราเลย ผมก็เพิ่งสำนึกได้ก็ตอนเธอเปลี่ยนเบอร์โทรหนีผมเลยนั่นแหละ ช็อกสิครับ คนดีๆดูแลเอาใจใส่ไม่ชอบ เหมือนประโยคที่ใครบางคนพูดไว้ก่อนนี้ เออ รู้ซึ้งแล้ว ไม่ต้องย้ำก็ได้ เสียใจไปพักนึงก็ขึ้น ม 6 แล้ว งานนี้พอทำใจได้เลยกะลุยยัยเปิ้ลเต็มที่ แน่นอน คำตอบก็ยังอยู่ที่เดิม ผมไม่เข้าใจจริงๆนะ จีบมาแมร่งตั้งนาน ทำไมเป็นกรูไม่ได้ว่ะ


    เออ พอจบ ม ปลาย เข้ามหาลัยนี่ ผมเลยรู้จักโลกมากขึ้น กิน เที่ยว บ่อยขึ้น เรียนนี่ไม่ค่อยไปหรอกนะปีแรก ไม่เหมือนเพื่อนหลายๆคน ขยันปีแรกแล้วขี้เกียจปีหลังๆ

    จะว่าไป หลังจากเข้ามหาลัยก็มีเพื่อนใหม่ๆนะ ผมก็เริ่มค่อยๆลืมเรื่องยัยเปิ้ลไป(ตั้งแต่ปิดเทอมแล้ว) แต่วันนึงเราก็มาเจอกันจนได้ ดันอยู่มหาลัยเดียวกันอีกหน่ะสิ พวกผมนั้นก็ขาเที่ยวอยู่แล้ว ตอนปีหนึ่งนี่ เอเวรี่เดย์ครับ สัปดาห์ละ 8 วัน อิอิ เพราะบางครั้งไปรอบนึง กลับมา เสือกกลับไปอีก ช่วงนี้แหละครับ รู้จักหมดเลย เหล้า ยา ดนตรี ยังเหลือแต่เรื่องผู้หญิงหล่ะครับที่ผมตอนนั้นยังไม่รู้จัก ตอนนั้นพูดอย่างมั่นใจครับว่ายังซิงอยู่

    โลกที่ผมอยู่ตอนนั้น มันก็เหมือนละครฉากหนึ่งนะ วันหนึ่ง กินเหล้า นอน ตื่น อาบน้ำ กินข้าว เพื่อนโทรมา กินเหล้า แล้วก็กลับมานอน มันซ้ำไปซ้ำมาอย่างงี้ ถามผมว่าไม่เบื่อเหรอ ถ้าคุณเคยเที่ยวบ่อยๆ คงตอบคำถามพวกนี้ได้ เวลาเที่ยวแล้วสนุกนี่ เราก็อยากไปแหละ เหมือนกับมานั่งเล่นเกมส์ ติดเกมส์แล้วไม่อยากเลิก ยังไงยังงั้น

    ผมก็ใช่ว่าจะร่ำรวยหน่ะครับ แต่เผอิญถูกบอลบ่อยๆ บ่อยมาก เงินเยอะ ไม่เห็นค่าของเงินเท่าไหร่ เชื่อมั้ยว่าผมหมดเงินเป็นแสนกับการเที่ยวในเวลาหนึ่งปีได้ แต่โชคยังดี ผมไม่เสียเยอะเท่าไหร่ ไม่เหมือนเพื่อน เจ๊งกันเป็นแสนเป็นล้าน พ่อแม่คงช็อคกันเป็นแถว

    เออ กลับมาเรื่องของยัยเปิ้ล ผมไปเจอเธออีกครั้งตอนต้นๆเทอมนี่แหละ ดูเธอเปรี้ยวขึ้นเยอะ แต่ก็น่ารักขึ้นเยอะเหมือนกัน เออ ลืมบอกลักษณะเธอไป เธอสูง 160 นิดๆ หนักราว 40 ได้ (ผอมหน่อย แต่ผมชอบแนวนี้) หน้าตาคล้ายลูกคนจีน แต่มองไปมองมาก็ไม่ใช่ ผิวออกขาวๆ แต่ไม่ขาวมาก เอ่อ ขี้เกียจบรรยายแล้ว เอาเป็นว่าโดยรวมน่ารักแล้วกัน ตอนเจอก็ทักกันปกติ ยังไงก็เพื่อนกันมาก่อน ผมมันก็ไม่คิดไรมาก แต่มันก็เกิดเรื่องจนได้

    ยัยเปิ้ลเองก็ขาเที่ยวเหมือนกัน ผมรู้เพราะผมเองก็ใช่ย่อย แถมไปด้วยกันบ่อยๆ แต่พ่อแม่ยัยเปิ้ลไม่รู้หรอกว่าเธอหนีเที่ยวหน่ะ พอเข้ามหาลัยมา ผมก็อยู่หอคนเดียวอยู่แล้ว พ่อแม่ก็รุ้ว่าผมเที่ยว ท่านก็ไม่ว่าไร ไงๆผู้ชายก็ไม่เสียหายอยู่แล้ว แต่ยัยเปิ้ลนี่ดิ เข้ามหาลัยได้ไม่กี่วัน พ่อแม่จับได้ว่าหนีเที่ยว เย็นวันไหนไม่รุ้ เห็นหน้าผมแล้วก็ร้องไห้ซะยกใหญ่ ทำไงได้ ก็ต้องพาไปทานข้าว แล้วก็ปลอบใจซักพัก แต่ผ่านไปไม่กี่วัน คุณเธอก็ทำใจได้ คราวนี้พ่อแม่ไม่ห้ามแล้ว เห็นว่าลูกโตแล้วหล่ะมั้ง(จริงๆยัยนี้เหมือนไม่โตขึ้นเท่าไหร่เลยนะ) ก็ปล่อยๆบ้าง แปลกเหมือนกันนะ ผมกับเธออยู่คนละคณะ แต่ยังไหงเจอกันแทบทุกวันก็ไม่รู้ สงสัยมาเรียนวิชาเดียวกันแต่คนละ sec หล่ะมั้ง

  2. #2
    Inoo

    Re: กาลครั้งหนึ่ง...ความรัก (from broad pramool)

    เราเจอกันแทบทุกวัน มันก็ช่วงเดียวแหละนะ จริงๆก็ไม่ขนาดนั้นหรอก จนวันนึงผมก็ได้รู้จักกับยัยเปิ้ลมากขึ้น เรียกว่าแทบทุกซอกทุกมุมทีเดียว

    อย่างที่บอก เราทั้งคู่ก็ขาเที่ยว ตอน ม ปลายผมยังให้เกียรติผู้หญิงอยู่ แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ผู้หญิงที่ผมรู้จักส่วนใหญ่(พวกที่เที่ยวนะ)ก็เห็นเรื่อง sex เป็นเรื่องปกติธรรมดา และอิสระพอสมควร แต่อีกส่วนถ้าเป็นผู้หญิงที่มาเป็นกลุ่มกะกระเทยกับผู้หญิงเยอะๆ ในกลุ่มนั้นส่วนใหญ่เค้าจะมาเที่ยวจริงๆ แต่ก็มีแซมๆในกลุ่มบ้างที่จะกลับกับคุณก็ได้ ถ้าคุณมีรถไปส่งเธอ เออ เข้าเรื่องๆ พอเหล้าเข้าปาก เต้นกันมันส์หยด ตอนนั้นนี่ ลืมไปเลยว่าโลกเรามีตอนกลางวัน ลืมไปเลยว่าพ่อแม่ส่งเรามาเรียน ลืมแมร่งทุกสิ่งทุกอย่าง รู้แต่ว่า ตอนนี้มันส์ก็ต้องมันส์ มีอะไรให้มันส์ก็ทำๆไป

    คืนนั้นผมเมามาก ยัยเปิ้ลก็ด้วย สภาพแบบนั้นเพื่อนไม่กล้าไปส่งมันที่บ้าน เลยฝากผมไปส่งแทน เออ แล้วก็มาปล่อยผมที่หอผม เออ กรูจะขับรถได้มั้ยเนี้ย ผมคิดในใจ ยัยเปิ้ลก็เดินเข้ามา บอกผมว่าไม่ไหวแล้ว ขอขึ้นไปนอนห้องผมก่อน ดีนะที่ห้องอยู่ชั้นสอง ขึ้นง่าย แปบเดียวก็ถึง ผมกึ่งลากกึ่งพยุงยัยเปิ้ลเข้าไปในห้อง ตอนแรกก็ไม่คิดไรหรอก แต่พอเปิดไฟมานี่ เริ่มคิดแล้ว ก็ยัยนี่สวมกางเกงยีนสั้นจู๋ กะเกาะอกตัวนิดเดียว แถมสภาพยั่วสุดๆเลย พอพยุงถึงเตียงปุ๊บ ผมกลับไปล็อคประตูปิดโทรศัพท์ ปิดไฟเรียบร้อย ยัยเปิ้ลนี่ก็พูดอะไรอยู่คนเดียวก็ไม่รู้ ตอนนั้นผมรู้สึกตัวเองมีสติขึ้นมา ผมไม่แน่ใจว่าผมมีสติจริงหรือเปล่า แต่ผมก็คิดว่าผมจะทำกับเธอยังไงดี จะปล้ำเลยหรือจะเล้าโลมเธอก่อน ในสมองคิดแต่เรื่องอย่างว่าอย่างเดียว ไม่เหลือความดีอะไรในตัวแล้วตอนนั้น

    ผมล้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้สร่างเมา แล้วก็ขึ้นไปบนเตียงนอน ธรรมชาติสอนผมว่าผมควรทำอย่างไร ตอนแรกเลยผมคร่อมตัวเธอเสียก่อนแล้วก็หอมซอกคอเธอ เธอไม่ขัดขืนแม้แต่น้อย แถมยังกอดผมอีก ผมคิดว่าไงๆผมก็เสียความบริสุทธิ์แหงๆ ผมเลยไล่มาจูบหลังใบหูแล้วก็ปากแถมยังลองสอดลิ้นเข้าไปดู แหนะ เธอแลกลิ้นตอบด้วย ผมได้ใจใหญ่ มือข้างหนึ่งก็โอบตัวเธอไว้ อีกข้างหนึ่งก็เริ่มถอดเกาะอกเธอออก

    ในความมืด เรานัวเนียกันได้ซักพัก เธอลืมตาขึ้นมา เหมือนจะตั้งสติได้และเธอก็เรียกชื่อผมออกมา ผมสะดุ้งไปเล็กน้อย แต่ไหนๆมาถึงขั้นนี้แล้ว หลังจากถอดเกาะอกเธอออก ผมก็บีบตะขอจากบราเธอทันที ไม่รู้ใครสอนผมไว้ ผมเองก็จำไม่ได้เหมือนกัน แต่ผมบีบตะขอปุ๊บมันก็หลุดออกมาทันที หลังจากนั้นเราก็...


    หลังจากเรามีอะไรกัน ผมเลยพายัยเปิ้ลไปล้างตัว ยัยเปิ้ลก็เหมือนกับสร่างเมาแล้ว ทีนี้ผมเห็นทุกส่วนของเธอจนหมด เธอก็อายผมหน่อยๆ แต่ไงๆก็มีอะไรกันแล้ว ผมเองก็รู้ด้วยว่ายัยเปิ้ลไม่บริสุทธิ์มาก่อนอยู่แล้ว แต่ก็ช่างเถอะ บางทีมันอาจจะไม่สำคัญอะไรสำหรับผมก็ได้ เป็นว่าคืนนั้นเธอไม่กลับบ้าน แล้วก็นอนกอดกับผมจนเช้า(เสื้อผ้าก็ไม่ใส่ จริงๆผมไม่ยอมให้เธอใส่เองแหละ)

    ตื่นเช้ามา ผมตื่นก่อนยัยเปิ้ล แล้วก็นึกถึงเรื่องเมื่อคืน เฮ้ย หลั่งข้างในนี่หว่า ผมนึกขึ้นได้ปั๊บ รีบแต่งตัวลงไปซื้อยาคุมมาให้ยัยเปิ้ลทันที พอกลับมา ยัยเปิ้ลก็ยังไม่ตื่น ผมเลยปลุกเธอ ซักพัก เธอตื่นมาก็กอดผมให้ลงไปนอนต่อ ผมก็ต่อจากเมื่อคืนอีกครั้ง คราวนี้คล่องขึ้นเยอะ พอทำกันเสร็จ ยัยเปิ้ลก็ไปอาบน้ำ ผมเลยขอไปอาบด้วย เธอก็ไม่ว่าไร ซักพักเธอก็แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าผม แล้วก็บอกว่าหิวข้าว หาไรให้ทานหน่อยดิ ผมรู้สึกเราเหมือนตอนอยู่มัธยมอีกครั้ง ต่างกันตรงที่มี sex เขามาเกี่ยวเพิ่ม เลยทำให้เราดูใกล้ชิดกันกว่าเดิม

  3. #3
    Inoo

    Re: กาลครั้งหนึ่ง...ความรัก (from broad pramool)

    พอทานข้าวเสร็จ อย่างแรกที่ผมนึกขึ้นได้คือ เธอยังไม่ได้ทานยาคุม เลยบอกเธอ เธอบอกว่าเธอทานคุมไว้แล้ว ป้องกันไว้ก่อน ผมก็ไม่รู้เรื่องเท่าไหร่หรอก เห็นมันมีสองแบบ แบบหนึ่งทานหลังมีอะไรกัน อีกแบบทานไว้เรื่อยๆ แล้วจะมี sex ตอนไหนก็ได้ ทำนองนี้

    เออ อีกอย่าง เรื่องครอบครัวเธอ ผมก็เพิ่งนึกขึ้นได้อีกครั้ง ไม่รู้เป็นความโชคดีหรืออย่างไร เธอบอกว่าพ่อแม่เธอไม่อยู่ ไปงานบ้านญาติต่างจังหวัดหลายวัน ผมเลยรอดตัวไป เพราะเมื่อคืนเพื่อนมันเอาเธอมาทิ้งไว้กับผม นอกจากไม่ไปส่งเธอแล้ว ยังทะลึ่งไปมีอะไรกับเธออีก เกิดเพื่อนรู้นี่คงด่าผมเละแน่นอน

    หลายๆวันก่อนพ่อแม่เธอจะกลับนั้น ผมบอกให้ยัยเปิ้ลมาค้างด้วย ตอนนี้เราเหมือนแฟน….รึมากกว่านั้น แต่ผมก็ไม่ได้ถามเธอเหมือนที่เคยถาม ถามว่าเราเป็นมากกว่าเพื่อนได้มั้ย ผมกลัว…… กลัวคำตอบมันจะเหมือนเดิม ตอนนี้ผมไม่ไปเที่ยว เธอก็เหมือนกัน เราอยู่ห้อง กินข้าว เช่าหนังมาดู แล้วก็จบด้วยการมี sex มีอะไรกันทุกวันๆ ชีวิตผมช่วงนี้มีความสุขมาก เหมือนกับว่าไม่มีอะไรบนโลกนี้ให้ต้องเหลียวแลอีกแล้ว เธอก็เหมือนเด็กสาวขี้อ้อนเหมือนเก่า แต่อ้อนหนักกว่าเดิม เวลาอ้อนนี่มักจะมานั่งตักผมแล้วพูดนั่นพูดนี่ แต่เธอก็ไม่เหมือนมาหลอกเอาตังค์ผมนะ เพราะเธอไม่เคยขอให้ซื้อของราคาแพงๆให้เธอเลยซักชิ้น เหมือนกับว่า การอยู่ด้วยกัน ก็ทำให้เธอมีความสุขพอแล้ว

    เกือบสัปดาห์ คณะไม่ได้ไป เพื่อนก็ไม่เห็น โทรศัพท์ก็ไม่เปิด ขนาดมาเคาะหน้าห้องยังไม่เปิดเลย แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าเสียงทีวีที่ดูกะยัยเปิ้ล มันจะเล็ดลอดออกไปให้คนข้างนอกได้ยินก็เถอะ เพื่อนมันก็บอกว่า เฮ้ย เปิดหน่อยโว๊ย กรูรู้นะว่าเมิงอยู่นั้น จะเปิดไงหล่ะ ผมกับยัยเปิ้ลตอนอยู่ห้องแทบจะไม่ใส่เสื้อผ้ากันซักชิ้น เลยตะโกนกลับไปว่า "กรูไม่อยู่ ไม่อยู่อีกหลายวัน ขอร้อง อย่ามาหากรูเลยช่วงนี้" เพื่อนมันก็งงๆ แล้วก็ตอบ "เออ..เออ" เหมือนกับว่ามันเข้าใจ(ตอนหลังมันนึกว่าผมอกหัก รักคุด เลยต้องทำใจอะไรประมาณนี้ เพราะเห็นว่าผมเป็นพวกอ่อนไหวง่าย) แถมยังมีน้ำใจถามว่ากินไรป่าวด้วยนะ ผมก็บอก "หิวเมื่อไหร่เดี้ยวไปกินเอง" พอเพื่อนไปก็แอบขำกะยัยเปิ้ลกันสองคน

    วันนั้น ผมจำได้ โทรศัพท์ยัยเปิ้ลดัง แม่เธอโทรมาหา เธอบอกว่ามาอยู่กับเพื่อนของเธออีกคนที่เป็นผู้หญิง(อยู่แล้ว) แล้วบอกว่าเดี้ยวกลับไปหา ผมไม่นึกเลย ว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้อยู่กับยัยเปิ้ล ก่อนกลับเราก็….เอ่อ ข้ามไปแล้วกัน เป็นว่า ยัยเปิ้ลบอกกับผมว่า "ขอบใจนะ" แล้วเธอก็ไป เรื่องที่เราเหมือนคนรักกัน เหมือนกับฝันตื่นหนึ่ง เธอกลับแล้ว ผมคิดว่ายังไงก็ติดต่อเธอได้ แต่ผมก็ไม่เคยโทรหาเธออีกเลย แปลกนะ ยามคนเราจะจากกัน มันก็เหมือนกับละครฉากหนึ่ง ที่ตัวแสดงอีกตัวไม่มีบทอีกแล้ว เธอหายไปจากชีวิตผม แต่ก็นับเป็นโชคดี เพราะอย่างน้อยผมก็มีเวลาจะอ่านหนังสือ เวลาเรียนก็เฉียดๆ สอบผ่านมาได้ ก็โอเคนะสำหรับชีวิตหลังเข้ามหาลัยของผมตอนแรกๆ

    หลังจากนั้น ชีวิตผมก็วนๆกลับมาที่เดิม เหล้า ยา บอล ผมคิดว่าผู้ชายส่วนใหญ่ที่ผ่านชีวิตมหาลัย กินเหล้า เล่นบอลกันทั้งนั้นแหละ อยู่ที่ว่าใครจะหยุดได้ก่อน ร้อยละ 90 ของพวกเล่นบอลเป็นอาชีพเสริม ต้องเคยเจ๊งมาแล้วทั้งนั้น ส่วนที่เหลือไม่ถึงกับเจ๊ง แต่ไม่มีเงินจะเล่นเลยหยุดไว้ก่อนแบบผมนี่แหละ

    ช่วงปิดเทอมสอง ผมอยู่ตัวคนเดียว(จริงๆก็มีเพื่อนอยู่นะ แต่มันก็มีเมียกันเกือบจะหมดแล้ว) เพื่อนใหม่ๆก็มีมาเรื่อยๆ เพื่อนเก่าๆก็เริ่มหายหัวไปทีละคน แต่พวกที่สนิทนี่ ยกให้พวกเพื่อนโรงเรียนเก่าเลย ขนาดอยู่คนละคณะ อยู่คนละมหาลัย ยังชวนกันไปสังสรรค์บ่อยๆ ก็กินเหล้าดูบอลตามภาษาแหละ แปลกนะ ผมคิดว่านี่มันเป็นเรื่องปกติของผู้ชายเรา ทั้งๆที่รู้ว่ามันก็เป็นสิ่งไม่ดี

    สีสันต์ชีวิตอีกอย่างนอกจากเที่ยวแล้วก็มีเรื่องผู้หญิงนี่แหละ หลังจากมีประสบการณ์(กับยัยเปิ้ล) หน้าก็เริ่มด้านขึ้นเยอะ แต่ก่อนไม่เคยเชื่อนะว่า การจะมีอะไรกับผู้หญิงมันจะง่ายเหมือนที่เค้าเล่าๆกันมา พอเอาเข้าจริง บางทีมันยิ่งกว่าซะอีก ขอแค่หน้าด้านหน่อย มีตังค์ ยิ่งมีรถด้วยจะเวิร์กสุดๆ แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ได้มานี่แก่กว่าผมทั้งนั้น เพราะตอนนั้นผมยังไม่ยี่สิบเลยนะ บัตรประชาชนหน่ะชัวร์อยู่แล้วว่าปลอมมา ไปบ่อยจนการ์ดแทบจะไม่ตรวจเลยหล่ะ

    หลังจากเสียความบริสุทธิ์นี่ ทำให้ผมเป็นผู้ชายขี้เหงาขึ้นเยอะ นอนคนเดียวเริ่มไม่ค่อยหลับ ไม่รู้เป็นไร จะหลับก็ตอนเช้านู้นแหละ ไปเที่ยวบางวันก็หาพี่สาวมานอนด้วย เช้ามาก็ส่งเค้ากลับหอกัน หลังๆผมป้องกันดีขึ้นเยอะนะ ใส่ถุงยางตลอด นอกจากกลัวทำผู้หญิงท้องแล้ว ผมกลัวติดเอดส์มากกว่า กันไว้แหละดี

    หลังจากยัยเปิ้ลหายหน้าหาตาไป มาได้ข่าวอีกทีก็จากคนที่ผมคว้ามานอนด้วย เธอชื่อนุ่น กลายเป็นว่าผมคว้าเพื่อนยัยเปิ้ลมาค้างด้วยซะงั้น ตอนไม่รู้จักก็ไม่คิดอะไรมากหรอก แต่ตอนหลังจากเสร็จภารกิจแล้วนอนคุยกันก็เลยรู้ มันทำให้ผมคิดมากเหมือนกันนะ ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าเธอเป็นฝ่ายยอมเอง เรื่องแบบนี้ก็แค่สนุกๆกัน ผมเลยถามนุ่นว่าเธอมีแฟนรึยัง ผมบอกว่าผมอยากรับผิดชอบที่ทำแบบนี้กับเธอ ที่ผมพูดไปตอนนั้นสงสัยเพราะผมกลัวภาพพจน์เสียไปในสายตายัยเปิ้ลหล่ะมั้ง ยัยนุ่นก็นิ่งๆไปแล้วซักพัก แล้วผมเลยบอกว่าตอนเช้าค่อยบอกแล้วกัน ค่อยๆคิดก็ได้ พูดจบผมก็นอนทันที

  4. #4
    Inoo

    Re: กาลครั้งหนึ่ง...ความรัก (from broad pramool)

    ตอนเช้า ยัยนุ่นตอบตกลง ผมใช้เวลาหนึ่งคืนในการจีบผู้หญิงคนหนึ่ง มันทำให้นึกถึงสมัยที่ผมตามจีบยัยเปิ้ล 3 ปียังไม่ติด ผมก็แอบขำในใจ รู้สึกว่าคนเราก็แปลก คำว่าแฟน ใช้ความพยายาม 3 ปี ยังไม่ได้มา บทจะมาใช้เวลาหนึ่งคืนก็ได้ ตกลงผมมีแฟนคนแรกหลังจากเข้ามหาลัยโดยใช้เวลาการจีบเป็นเวลาหนึ่งคืนถ้วน

    ถามผมว่า ไม่รังเกียจยัยนุ่นเหรอ ผู้หญิงใจง่ายแบบนั้น นอนด้วยกันก่อนแล้วค่อยเป็นแฟน อันนี้ผมตอบได้เลยว่า ไม่ เพราะผมเองก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน ผมคิดแค่ว่า เวลาเธออยู่กับผมก็อย่าไปมีอะไรกับใครก็พอ อดีตหน่ะช่างมัน แน่นอนว่าเรื่องนี้ผมบอกกับนุ่น นุ่นก็โอเค ชีวิตผมดีขึ้นนะหลังจากมีนุ่นมาอยู่ข้างๆ เธอน่ารัก หุ่นดีทีเดียวหล่ะ ใครเห็นก็อิจฉาผม แซวเล่นกันบ่อยๆ เฮ้ย เมียเมิงสวยหว่ะ ขอยื้มคืนดิ ก็ขำๆแหละครับ ยอมรับเลยว่า เปลี่ยนคู่นอนกะสวิงกิ้งเพื่อนผมมันก็ทำกันบ้าง แต่ผมไม่ยอมหรอก เสียดายแฟน ถึงเธอจะผ่านคนอื่นมาแล้วก็เหอะ ก็ตอนนี้เป็นแฟนผม ผมก็ไม่อยากให้เธอทำอะไรอย่างนั้น

    เพื่อนมันก็เข้าใจนะ เรื่องแบบนี้มันเกี่ยวกับจิตใจกับรสนิยม ใครชอบก็ทำ ไม่ชอบก็ไม่เป็นไร ไม่เอามาเป็นเรื่องให้ทะเลาะกันอยู่แล้ว เรื่องจะทะเลาะกัน นู่นแหนะ ลิเวอร์พูล แมนยู อาเซน่อล ตามบรรดาสาวก จะตีกันตายเวลาทีมรักมาแข่งกัน หรือไม่ก็เรื่องปัญญาอ่อนหลายๆเรื่องนะ เช่นเพื่อนมันถามว่า"พระเจ้ากินข้าวกับอะไร" เลยตอบไปว่าถามพ่อเมิงดูสิ มันก็บอกว่า"เฮ้ย กุถามดีๆ พ่อกุไม่เกี่ยว" แล้วก็จะตีกัน เออ แบบนี้ดันจะตีกัน บ้าป่าววะเรา

    กลับมาเรื่องของยัยนุ่น หอเราไม่ได้อยู่ใกล้กันเท่าไหร่ แต่เธอก็อุตส่าห์มาหาทุกวันๆ แปลกเหมือนกันนะ ทุกครั้งที่มีแฟน ผมจะหยุดเที่ยว หายหัวไปเลย เพื่อนตามก็ไม่ไป มีบ่นมาบ้าง ติดเมีย ติดสัด ก็ว่ามันไป เออ ก็จริง ก็กุมีความสุขนี่หว่า ไม่เสียตังค์ด้วย วันๆหมกตัวอยู่ในห้อง ออกมาก็ดูหนัง แต่ยัยนุ่นนี่ดีนะ เวลาเรียนก็มาปลุกผมเช้า ใกล้สอบก็พาไปอ่านหนังสือ ไม่นึกเลยว่าเมื่อก่อนนี่สุดๆขนาดนั้น เด็กเรียนแฮะ สงสัยเป็นพวกคิดถึงอนาคตอยู่หล่ะมั้ง

    เราคบกันจนถึงตอนปิดเทอม มันก็มีเรื่องต้องเลิกกันจนได้ สอบเสร็จผมไปกินเหล้ากับเพื่อน เธอก็ไปกับเพื่อนเธอ ไม่เป็นไรไม่ว่ากัน อ่านหนังสือเครียดๆมาก็หาเรื่องผ่อนคลายซะบ้าง มาถึงร้านเหล้า การ์ดเปลี่ยนคนใหม่ ผมก็เอาบัตรให้ตรวจ พอเข้าไป เชื่อมั้ย ผมยังจำผู้หญิงหลายๆคนที่เที่ยวอยู่ได้ ผมเพิ่งมารู้ว่า จริงๆผู้หญิงประเภทรักสนุก มันก็ไม่ได้มากมายมหาศาลอย่างที่เข้าใจ แต่พวกเธอวนเวียนอยู่แถวๆเดิม มีเก่าบ้างใหม่บ้าง แล้วแต่ใครจะรักสนุก ผมเห็นสามสี่คนที่ผมเคยพาไปนอนด้วย วันนี้พวกเธอก็ยังดิ้นๆกันอยู่ท่าจะมันส์ในอารมณ์ ผมว่าบางทีพวกเธอก็อาจขี้เหงาเหมือนผมก็ได้ เลยต้องหาใครซักคนมานอนเป็นเพื่อนหน่ะนะ

    มาถึงเรื่องผมกับยัยนุ่น วันนั้นยัยเปิ้ล ตัวละครที่หายไปจากชีวิตผมครึ่งปี เธอปรากฏตัวมาพร้อมกับยัยนุ่นยังไงไม่รู้ ผมอึ้งไปซักพัก ผมยังจำคนที่ทำผมเสียความบริสุทธิ์ได้ดี เรื่องของเราผ่านมาเป็นฉากๆในหัวผม แล้วเธอก็เดินเข้ามาทักเหมือนเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานาน ผมไม่รู้จะทำไงก็ทักเธอตอบ แล้วก็ถามว่ายัยนุ่นมากับใคร ยัยนุ่นก็บอกว่ามากับเพื่อนสี่ห้าคนกะยัยเปิ้ลด้วย ผมก็ "เอ่อ งั้นเดี้ยวไปหาเพื่อนก่อนนะ" ผมไม่ได้ชวนยัยนุ่นไปด้วย เพราะผมทำตัวไม่ถูก ลืมไปเลยว่ายัยเปิ้ลเป็นเพื่อนกะยัยนุ่น ยัยเปิ้ลเธอคงไม่ได้เล่าเรื่องของเราให้ยัยนุ่นฟังหล่ะมั้ง เพราะอย่างน้อยผมก็ไม่เห็นอารมณ์หึงหวงของยัยนุ่นเลย

    เรื่องมันเกิดขึ้นตอนผมเมา ผมเมามาก เพื่อนคนหนึ่งมันก็บอกว่า เสร็จนี่จะชวนไปสวิงกิ้ง ผมตอนนั้นอารมณ์ก็ไม่สนอะไรทั้งสิ้น อยากลองเต็มที่ เดินไปบอกนุ่นว่าจะกลับ ให้นุ่นกลับด้วย ตอนแรกผมชวนยัยเปิ้ลกับด้วยกัน แต่ยัยเปิ้ลบอกว่า เดี้ยวมีคนมารับ ผมเลยกลับกับยัยนุ่นสองคน แต่ไม่ได้กลับไปหอผมหรอก

    ตีสองกว่าๆ ผมมาถึงหอเพื่อน ยัยนุ่นถามผมว่ามาทำไม ตอนนั้นสติผมเริ่มกลับมา แต่ความอยากมันมากเกินไปเลยเบียดสติผมกลับไปหมด ผมบอกว่าเพื่อนมันพามาต่อหอมัน แล้วก็เลยพายัยนุ่นขึ้นไปด้วย เพื่อนคนนี้มันรวยมาก ห้องที่ป๊ามันเช่าให้ก็ใหญ่ชิบเป๋ง ตอนนั้นมีคนอยู่ด้านในประมาณ 5-6 คน จริงๆเพื่อนมันก็เลือกคนไปสวิงกิ้งด้วยอยู่นะ มันไม่ได้พาไปพร่ำเพื่อหรอก พอไปถึงก็เปิดเพลงช้าๆ ไฟสลัวๆ ยัยนุ่นก็เมาพอดู ซักพักก็เพื่อนผมมันก็เริ่มกอดจูบกับแฟนมัน แล้วคนอื่นๆก็ทำตาม ในห้องนี่แบ่งเป็นมุมๆ บางคนก็อยู่บนเตียง บางคนก็นอนกอดกันตรงพรม ส่วนผมก็นัวเนียกับยัยนุ่นอยู่บนโซฟา แน่นอนว่าไม่มีใครหยุดแค่กอดจูบกันแน่นอน ซักพักเสื้อผ้าของแต่ละคนก็หายไป เห็นแต่ผิวขาวๆของคนนั้นคนนี้ ขณะที่ผมกำลังจูบกับยัยนุ่นอยู่ ก็มีผู้หญิงน่ารักมากคนนึงก็กอดผม แล้วก็ดึงผมออกมา ผมก็หันมากอดจูบกับเธอแทน ส่วนยัยนุ่น โดนเพื่อนผมสองคน….จัดการ ผมได้ยินเสียงเธอร้องไห้ ผมรู้สึกผิดเล็กน้อย แต่ผู้หญิงตรงหน้าก็ทำให้ความรู้สึกผิดของผมหายไปจนหมด

    ความอยาก ความมันส์ อารมณ์ผมรุนแรงสุดๆ ตอนนั้นผู้หญิงที่มานัวเนียผมจากหนึ่งกลายเป็นสอง ในความมืดผมก็ไม่รู้หรอกใครเป็นใคร รู้แต่ว่าผิวพวกเธอทั้งขาวทั้งเนียน แล้วก็นุ่มมากเสียด้วย คนหนึ่งดูดปาก อีกคนจัดการเจ้าชายน้อยผม ไม่มีใครรู้สึกรังเกียจอะไรเลย สงสัยตอนนั้น ซาตานคงเข้าสิงพวกเราทั้งหมดแล้วหล่ะมั้ง ขณะที่ผมดูดปากกะผู้หญิงคนนึง ผมก็ได้ยินเสียงครางของยัยนุ่น สงสัยจะโดนซะหนัก เพราะคุณเธอครางไม่หยุดเลย แถมยังเสียงดังขึ้นเรื่อยๆซะอีก ตอนนั้น ความคิดผมกลับรุ้สึกไม่อยากยอมแพ้ ผมเลยรีบจัดการผู้หญิงที่ผมกำลังกอดอยู่จนเธอร้องครางออกมา กลายเป็นการแข่งกันว่าใครจะทำให้ผู้หญิงครางดังกว่ากัน เพราะเพื่อนผมมันก็คงคิดเหมือนกัน

    เกือบตีห้า ผมไม่รู้ว่าเราเสร็จกันไปกี่รอบ แต่ตอนนี้สติผมครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ผมหน้าซีดกับการกระทำของผมเลยหล่ะ ก็ผมไม่ใส่ถุงยาง และผมคิดว่าไม่มีใครใส่ด้วย ที่แน่ๆยัยนุ่น เธอไม่ได้กินยาคุมเหมือนยัยเปิ้ล ผมนึกขึ้นได้ก็เดินไปหายัยนุ่นที่นอนหมดแรงแล้วก็กอดกับเพื่อนผมอยู่ ผมปลุกเธอ ซักพัก เธอก็ตื่น ทำท่าเหมือนกับกำลังนึกอะไรซักอย่าง พอเธอเห็นสภาพตัวเองเท่านั้นแหละ เธอจำได้ทันทีว่าก่อนเธอหลับไปเธอโดนอะไรไปบ้าง ผมก็บอกว่า "นุ่น ใส่เสื้อผ้านะ เดี้ยวจะพากลับแล้ว" ยัยนุ่นไม่พูดอะไร ใส่เสื้อผ้าเสร็จเธอกับผมก็ออกมาจากห้องทันที




    พอก่อน.....เรื่องนี้เป็นความรักแบบซีเรียสนะ

  5. #5
    SupremeDarkness

    Re: กาลครั้งหนึ่ง...ความรัก (from broad pramool)

    ผมได้เจิมผมก็ไม่เครียดแล้วครับ

  6. #6
    Inoo

    Re: กาลครั้งหนึ่ง...ความรัก (from broad pramool)

    ผมขับรถพาเธอไปซื้อยาคุมทันที ตอนนั่งอยู่ในรถเราไม่ได้พูดอะไรกันเลย ผมไม่เคยบอกยัยนุ่นเลยว่าผมจะพาเธอมาทำอะไร พอกินยาคุมเสร็จ ยัยนุ่นเริ่มร้องไห้ ผมก็ได้แต่ขอโทษ ผมไม่รุ้จะแก้ตัวว่ายังไง ผมพาแฟนตัวเองไปให้คนอื่นเสพสุข ทั้งๆที่ตอนคบกัน ผมบอกเธอว่า ห้ามเธอไปมีอะไรกับคนอื่นอาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ยาก็ได้ที่ทำให้ผมเป็นอย่างงั้น แต่นั้นไม่ใช่ข้อแก้ตัว อีกอย่าง ผมยังเกือบจะพายัยเปิ้ลมาด้วยซ้ำ ยัยเปิ้ลกลับโชคดีรอดตัวไปได้ แต่ยัยนุ่นกลับต้องมาเป็นเครื่องรองรับอารมณ์ผมกับเพื่อนๆแทน

    พอมาถึงหอผม ยัยนุ่นหยุดร้องไห้ ตลอดทางเราไม่ได้พูดอะไรกันเลย ยัยนุ่นเอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว เธอคิดอะไรอยู่ผมก็ไม่รู้ แต่มารู้ก็ตอนเช้าวันต่อมา ก่อนนอนผมพายัยนุ่นไปอาบน้ำ ผมคิดจะพูดติดตลกให้ยัยนุ่นรู้สึกผ่อนคลาย แต่ยัยนุ่นก็ไม่ตลกด้วย เธอไม่พูดอะไรเลย เกือบๆเช้า ผมพาเธอนอน ยัยนุ่นก็นอนกอดผม แล้วก็ร้องไห้อีกครั้ง เรื่งคราวนี้ผมสาบานกับตัวเองเลยว่า จะไม่พายัยนุ่นไปทำอะไรแบบนั้นอีกเด็ดขาด ผมคิดอย่างงั้นจริงๆ

    ตอนเช้า ผมตื่นมาไม่เห็นยัยนุ่น ผมเอะใจเล็กน้อย เธอทิ้งโน้ตไว้ เขียนว่า เค้าไม่โกรธตัวเองหรอกที่ตัวเองทำแบบนั้น แต่เค้ารับไม่ได้จริงๆที่ต้องไปเจอเรื่องแบบนั้น เราเลิกกันเถอะนะ อย่าติดต่อหาเค้าอีกเลย ผมอ่านจบผมรีบติดต่อหานุ่นทันที ผมรู้สึกผิดหวังในตัวเองมากในวินาทีนั้น แม้เธอจะเคยเป็นเด็กเที่ยว เคยนอนกับผู้ชายคนอื่น แต่ตอนอยู่กลับผม เธอทำให้ผมคิดว่า เธอเป็นผู้หญิงที่ดีพร้อมมาก เธอเลิกเที่ยว เธอพยายามปรับตัวเข้าหาผม ผมเล่นเกมส์เธอก็หัดเล่น ผมไปดูบอล เธอก็รออยู่ห้อง เราแทบจะไม่ได้อยู่ห่างกันเกินสามวันเลย นอกเสียจากเธอกลับบ้านไปหาพ่อแม่ของเธอ

    …….โทรติดแล้ว ผมภาวนาให้เธอรับสาย ผมอยากจะขอโทษเธอ แต่นึกคำพูดไม่ออก เสียงตื้ดดดดด ยังดังอยู่ ผมพยายามนึกคำพูดที่ดูดีไว้แก้ตัว เธอกดรับแล้ว แต่เธอชิงพูดก่อนว่า "ตัวเอง ที่ผ่านมาเค้ามีความสุขมากนะ เค้าดีใจที่เคยเป็นแฟนกับตัวเอง" ผมพูด "นุ่น ไม่นะ ฟังผมก่อน เรื่องเมื่อคืน" แต่นุ่นก็ชิงตัดประโยคที่ผมพูด "เค้าขอโทษ เค้าขอโทษ เค้าขอโทษ" แล้วก็วางสายไป ในใจผมคิดว่า ทำไมต้องขอโทษผมด้วย เธอไม่ผิดเลย ผมสิผิด ผมมันเลว เลวขนาดที่ไปทำอย่างนั้นกับแฟนตัวเองได้ ผมโทรไปอีกครั้ง แต่เธอก็ปิดเครื่องไปซะแล้ว

    ผมนั่งคิด หาคำตอบให้กับตัวเอง ผมจะทำยังไงต่อไปวันนั้นข้าวปลาผมไม่ได้กิน เพื่อนที่เมื่อคืนมันพาผมไปสวิงกิ้งก็โทรมาอีก ผมไม่ได้รับ แว่บแรกผมคิดจะด่ามัน เพราะคิดว่ามันเป็นต้นเหตุเรื่องนี้ แต่ผมก็รุ้ตัวดี ผมเป็นคนก่อเรื่องเอง เพื่อนผมมันแค่อยู่ในเหตุการณ์เฉยๆ ผมปิดเครื่อง วันนั้นผมไม่ได้กินอะไรเลย นอนคิดแต่เรื่องนี้เรื่องเดียว

    ประมาณตีสอง ผมเริ่มรู้สึกหิวข้าว จึงได้เดินไปซื้อขนมปังประทังความหิว ผมนึกบางสิ่งขึ้นมาได้ ผมขึ้นไปอาบน้ำ แล้วขับรถไปหานุ่นที่หอ ยังไงซะ เวลานี่เธอก็น่าจะอยู่หอของเธอนั่นแหละ พอถึงหอเธอ ผมวิ่งขึ้นไปห้องเธอทันที เคาะประตูหน้าห้อง ไม่มีเสียงตอบ ผมคิดว่าเธอยังโกรธผมอยู่ ผมตะโกนเรียก แล้วก็เคาะห้องเสียงดังจนคนข้างห้องคงรู้สึกรำคาญ เข้าเดินมาเปิดประตู แล้วก็บอกผมว่า นุ่นหน่ะ เก็บของกลับบ้านไปแล้ว เค้ารู้เพราะเค้าสวนกับนุ่นตอนที่นุ่นถือกระเป๋าเสื้อผ้าออกจากห้อง

  7. #7
    Inoo

    Re: กาลครั้งหนึ่ง...ความรัก (from broad pramool)

    หลังจากวันนั้น ผมก็กินไม่ค่อยได้ นอนไม่ค่อยหลับ พยายามโทรหานุ่นทุกวัน ผมแน่ใจ เธอคงเปลี่ยนเบอร์มือถือไปแล้ว เวลาเกือบสองเดือน กำลังจะเปิดเทอมใหม่ ผมยังทำใจไม่ได้เท่าไหร่ ถ้าผมรู้ว่าบ้านนุ่นอยู่ไหน ป่านนี้ต่อให้เจอพ่อแม่นุ่นผมก็ยอม ผมเพิ่งรู้ตัวว่าผมรักนุ่นมาก ผมไม่อยากเสียเธอไปเลยจริงๆ ทุกวันผมจมอยู่กับความรู้สึกผิด ความเสียใจ เหมือนกับเสียอีกครึ่งของชีวิตผมไปเลยหล่ะ อาจจะน้ำเน่านะ แต่ตอนนั้นมันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

    ผมคิดว่าเปิดเทอม ผมจะไปรอเธอที่คณะ ผมอยากรู้เรื่องราวของเธอ ผมอยากรู้เวลาสองเดือนที่ผ่านไป เธอจะเป็นแบบผมบ้างมั้ย ช่วงนี้ทำไรก็ดวงไม่ดีบอลก็เสีย แต่ผมก็เลิกเล่น พอเสียบอล ผมรู้สึกโล่งอกพิกลเพื่อนๆมันก็เริ่มเสียกันหนัก มาขอยืมตังค์บ้าง ผมก็ว่าไม่มี เมิงเสียกุก็เสีย ใครจะมีให้เมิง ผมว่างั้น ผมไม่ได้เล่นต่อ เรื่องของนุ่นคงมีส่วน วันหนึ่งๆผมได้แต่ไปนั่งเล่นเกมส์แก้เซ็ง ไม่รู้จะทำไรจริงๆ กลับห้องก็ดูทีวี หลังๆนี่ผมเปิดทีวีทิ้งไว้ตลอด ผมทนอยู่คนเดียวไม่ได้ อย่างน้อยก็มีเสียงทีวีเป็นเพื่อน ผมไม่หาผู้หญิงมาเป็นเพื่อนแล้ว ผมกลัววันหนึ่งนุ่นกลับมา เกิดผมอยู่กับผู้หญิง ผมคงกลายเป็นผู้ชายที่เลวที่สุดในโลกสำหรับเธอไปเลยก็ได้ ผมคิดว่างั้น…แต่เธอก็ไม่กลับมาที่หอผมอีกเลย

    เปิดเรียน ผมเรียนด้วยอาการเซ็งๆ เรียนไปซักหน่อยก็เดินออกจากห้อง ไปเล่นเกมส์ มาพักหลังเริ่มติดเกมส์หนักขึ้น เกมส์ทำให้ผมดีขึ้นจากความเสียใจในเรื่องของนุ่น แต่มันก็ทำให้ผมไม่ได้กินข้าวกินปลาเหมือนกัน เรียกว่าได้อย่างก็เสียอย่าง

    เปิดเทอม เพื่อนคงเห็นผมเปลี่ยนไป ผมอาจจะผอมลงมากจนเพื่อนมันทัก อีกอย่าง ผมหายหน้าไปนาน แอบไปนั่งเล่นเกมส์อยู่ เพื่อนมันเลยชวนผมไปเที่ยว หลังจากไม่ได้ไปซะนาน ผมก็ไปเที่ยวอีกครั้ง คราวนี้ผมรู้สึกว่า มันไม่สนุกเหมือนเมื่อก่อน ให้ผมไปเล่นเกมส์ยังสนุกกว่าอีกนะผมว่า แต่ก็กินไปซักพัก ขอเพื่อนกลับก่อน บอกมันว่าไม่ไหว ไม่ได้กินนานแล้ว เมาง่าย เดี้ยวขับรถไม่ได้ แล้วผมก็ออกมา

    พอนั่งรถ วูบแรกผมคิดถึงนุ่น ผมขับรถไปหอเธอทันที เปิดเทอมแล้ว หวังว่าเธอคงกลับมาจากบ้านแล้ว พอถึงหอนุ่น ตอนนั้นประมาณเที่ยงคืนได้ ผมค่อยๆเดิน ไม่ได้รีบเหมือนครั้งที่แล้ว ผมคิดไม่ออกว่าถ้าเจอหน้าเธอ ผมจะพูดอะไรดี ปุ๊บปั๊บ ผมก็มายืนหน้าห้องเธอ ผมนิ่งซักพัก เอาวะ เจอหน้าค่อยคิดเรื่องจะคุยก็ได้ คุณเชื่อมั้ย ตอนนั้นผมกลับภาวนาว่า ไม่อยากให้นุ่นอยู่ห้องเลย

    แอ๊ดดดด ประตูเปิด ผมจำเธอได้ นุ่น แม้จะผ่านไปสองเดือน เธอก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากเท่าไหร่ เธอไม่ได้ตัดผมเหมือนผู้หญิงเวลาอกหักแล้วไปตัดอย่างในหนัง เธอไม่เปรี้ยวเหมือนเมื่อก่อนก็จริง แต่เธอเหมือนนุ่นตอนที่ยังเป็นนุ่นของผมอยู่ "นุ่น…." ผมเรียกเธอ เธอยิ้มให้ แล้วเธอก็บอกว่า "ไปทานอะไรด้วยกันหน่อยมั้ย"

    ร้านก๋วยเตี้ยวรอบดึก ร้านเดิมที่ผมมาทานประจำตอนมาค้างที่หอนุ่น เจ้าของร้านจำผมได้ก็ทักทายกันเล็กน้อย บรรยากาศแปลกๆ ผมแปลกใจ เหมือนกับว่าเรื่องเมื่อสองเดือนก่อนเป็นความฝัน เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเรา ผมถามนุ่น "เรายังเหมือนเดิมใช่มั้ย" นุ่นไม่พูดอะไร ก้มหน้าก้มตากินก๋วยเตี้ยวของเธอไป ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไร จึงได้แต่ก้มหน้าก้มตากินบะหมี่ของผมไปเหมือนกัน

    เที่ยงคืนครึ่ง เราทานกันเสร็จแล้ว เธอเดินกลับหอ ผมก็เดินไปกับเธอ แต่เธอบอกว่า "ไปหอตัวเองนะ" ตอนนั้นผมดีใจมาก นุ่นให้อภัยผมแล้ว ผมคิดอย่างงั้น ผมอารมณ์ดีมาก ถามว่าสองเดือนที่ผ่านมาเธอไปไหนมา เธอบอกว่ากลับบ้าน อยู่กับพ่อแม่ แต่ผมยังไม่ได้ถามเบอร์โทรเธอ เพราะผมตงิดใจอะไรบางอย่าง แต่ก็ปล่อยให้มันค้างไว้อยู่ในใจ ผมกลัวว่าถ้าผมพูดออกมา มันจะทำให้ผมต้องเสียเธอไปอีก

    มาถึงหอผมแล้ว ขึ้นไปห้องผม ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม อาจจะรกมากขึ้นเพราะนุ่นไม่มาทำความสะอาดให้ เธอก็ว่าผมนิดหน่อย "ไม่มีคนมาทำความสะอาดให้ ก็ปล่อนให้รกเชียวนะ" ผมยิ้ม แล้วก็อุ้มเธอขึ้นเตียง ถุงยางผมซื้อไว้ติดห้องอยู่แล้ว เรานัวเนียกันซักคู่ หลังจากห่างหายไปนาน ผมมี sex อีกครั้ง ผมรู้สึกว่า sex ครั้งนี้มันแฝงไปด้วยความอบอุ่น ความรัก การเติมเต็ม มันต่างจาก sex สมัยก่อนที่ผมทำด้วยความอยาก ความมันส์เท่านั้น

    เรามีอะไรกันแค่ยกเดียว ผมกอดเธอเอาไว้ นอนคุยกับเธอเรื่อยเปื่อย จนไม่มีเรื่องจะคุย เราเงียบไปซักครู่ ผมก็ง่วงจนจะหลับแล้ว เหมือนกับละคร จู่ๆ นุ่นก็พูดขึ้นมาว่า "เค้าจะไปเมืองนอกนะ" ผมตกใจ ผมถามว่าทำไม เธอก็ว่าไปเรียนที่นู่น จนกว่าจะจบ เธอซิ่ว อีกสองวันเธอก็ไปแล้ว เธอจัดการเรื่องต่างๆเรียบร้อยหมดแล้ว โดยพ่อแม่เธอจัดการไว้ให้ วินาทีนั้น ผมบอกเธอว่าผมจะรอ ขอให้เธอกลับมาจะกี่ปีก็ตาม เธอก็บอกว่าอย่าเลย เธอไปครั้งนี้ก็เพราะเรื่องของเรา เธออยากจะลืมความทรงจำที่เลวร้ายนั้นเสีย ที่เธอมาอยู่กับผม เธอบอกว่า ไม่อยากจะจำเรื่องที่ผมทำ แต่เธอก็ไม่อยากลืมผมตอนที่เป็นคนดี ผมอึ้ง เครียด คืนนั้น ผมนอนไม่หลับ เธอก็เช่นกัน เราต่างคนต่างจ้องมองกันจนพระอาทิตย์ขึ้น

  8. #8
    Inoo

    Re: กาลครั้งหนึ่ง...ความรัก (from broad pramool)

    (เช้าแล้ว) ผมคิดในใจ ผมจะทำอย่างไรต่อไปดี ดีกว่าจะปล่อยให้เวลามันผ่านไปอย่างนี้ เธอกลับพูดก่อนว่า นอนเถอะ เดี้ยวเธอจะนอนเป็นเพื่อน เธอสัญญา ผมก็นอนอย่างว่าง่าย กุมมือเธอเอาไว้ ราวกับว่าเธอจะหนีไปจากผมอีกครั้ง ไม่นานผมก็หลับไป

    เที่ยงวัน แดดเริ่มแรงขึ้น ผมตื่นขึ้นมา เธอยังอยู่ข้างๆ เธอคงจะตื่นก่อนผม….หรือไม่ก็ยังไม่ได้นอน เธอเห็นผมตื่นเธอก็ยิ้มให้ "เดี้ยวเค้าไปอาบน้ำก่อนนะ" เธอบอก ผมก็ปล่อยมือเธอไป ผมยังไม่ลุกจากเตียง นอนฟังเสียงน้ำไหลไปเรื่อยๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมคงเดินไปเคาะประตูห้องน้ำ ขออาบน้ำด้วยแล้ว เธอส่งเสียงออกมาจากห้องน้ำ "อาบด้วยกันมั้ย" ผมยิ้ม แล้วก็เดินเข้าห้องน้ำไป แปลกนะ ผมรู้ว่าเธอกำลังจะไป แต่กลับไม่รู้สึกเสียใจเท่าไหร่

    เราเล่นกันในห้องน้ำ เอาสบู่กับยาสระผมมาละเลงตัวกัน แกล้งกัน เหมือนเรื่องที่เธอจะไปเมืองนอกเป็นเรื่องโกหก อาบน้ำเสร็จ เราก็แต่งตัวแล้วไปกินข้าว วันนั้นผมจำได้ เราไปกินอาหารเวียดนาม เจอเพื่อนที่มหาลัยกลุ่มหนึ่งแอบแซวเล็กน้อย "เปิดมาก็หวานเลยน้า" เราก็ยิ้มให้ กินข้าวเสร็จก็ไปดูหนัง ตอนดูหนัง ผมกุมมือเธอไว้ตลอด ผมรู้ว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะได้อยู่กับเธอแล้ว ผมพยายามที่จะทำให้ทุกวินาทีให้มันมีค่าที่สุด

    หกโมงเย็น หนังจบแล้ว เราเดินออกมา คืนสุดท้ายที่เธอจะอยู่ในประเทศ เธอคงกลับไปหาพ่อแม่ ผมรู้ พอมาถึงรถ เธอก็บอกผมว่า เธอจะกลับเอง ไม่ต้องไปส่ง ผมก็ไม่ว่าอะไร เธอคงไม่อยากให้ผมไปส่งที่บ้านหล่ะมั้ง หรืออาจจะมีเหตุผลอะไรซักอย่าง ผมจึงเดินไปส่งเธอ และรอรถเป็นเพื่อน ผมอยากจะให้รถมาช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ไม่ถึงนาทีรถก็มา เธอเดินขึ้นรถไปอย่างเงียบ คำพูดมากมาย ยังไม่ได้พูด เธอไปแล้ว เราคงไม่ได้พบกันอีก….หลายปี


    "โชคดีนะ" คำพูดสุดท้าย ผมนึกอะไรไม่ออก เธอหันมา ยิ้มให้ผม แล้วเธอก็ไป รถเคลื่อนที่ออกไปเรื่อยๆ ผมก็ยังยืนอยู่ที่เดิม มองดูรถคันที่เธอนั่งไป ผมคันที่ใบหน้า น้ำตาผมไหลออกมาตอนไหนผมเองก็ไม่รู้ ผมร้องไห้ คนมองตั้งเยอะ ผมอายก็จริง แต่น้ำตามันก็ไม่ยอมหยุดไหล ผมเดินกลับไปที่รถ ตรงกลับหอทันที ผมรู้สึกใจหายไป เหมือนกับว่าคราวนี้ ผมจะไม่ได้เจอเธออีกแล้ว (นุ่น….ลาก่อน) ผมพูดในใจคนเดียว

    ต้นเทอม ผมเรียนตามปกติ ผมรู้สึกตัวเองตั้งใจเรียนขึ้น เรียนเสร็จ ก็ไปเล่นเกมส์กับเพื่อน เดี้ยวนี้เพื่อนผมมันเริ่มติดเกมส์เหมือนผมแล้ว สงสัยจะเป็นอิทธิพลมืด โดนเข้าไปไม่รู้ตัว วันหนึ่งๆ เรียน เล่นเกมส์ กินข้าว อาบน้ำ นอน ผมเลิกเที่ยวแล้ว ประหยัดขึ้นเยอะ เงินก็พอใช้ บอลก็ไม่ได้เล่น แต่ก็ดูบ้าง หากว่าไม่มีอะไรทำจริงๆ เวลาผ่านมาได้เกือบเดือน ผมเริ่มคิดถึงนุ่นอีกครั้ง ผมหนีความจริงมานาน หันไปพึ่งการเรียนกับเกมส์ แต่ผมก็รู้ตัวว่าผมยังคิดถึงนุ่นอยู่ เบอร์โทรก็ไม่มี ไม่รู้จะติดต่อยังไง ผมคิดบ้าๆขึ้นมา ผมไปหอนุ่น ทั้งๆที่น่าจะรู้อยู่แล้วว่านุ่นคงเก็บข้าวของไปแล้ว สองทุ่ม ผมมายืนหน้าประตูห้องเธอแล้ว

  9. #9
    black rock

    Re: กาลครั้งหนึ่ง...ความรัก (from broad pramool)

    shaman PrM เอามาลง สินะ สินะ

  10. #10
    Inoo

    Re: กาลครั้งหนึ่ง...ความรัก (from broad pramool)

    ก๊อกๆๆ ผมเคาะประตู อย่างมากผมก็โดนคนมาอยู่ใหม่ว่าเท่านั้น ผมคงแก้ตัวได้ว่า ผมเคาะผิดห้อง แล้วคงขอโทษเค้าไป ผมเริ่มรู้สึกตัวผมมันบ้าจริงๆตอนนี้ ไม่รู้จะมาเคาะทำไมขณะที่ผมจะกลับรถ ประตูก็เปิดออกมา ผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง แต่งชุดนอนออกมาเปิดประตู หน้าเธอคล้ายนุ่นเล็กน้อย แต่ตัวเล็กกว่า แล้วก็ดูเด็กกว่า อีกอย่างเธอให้ความรู้สึกเหมือนคุณหนูมาก บางทีผมคงคิดถึงนุ่นเกินไป เห็นผู้หญิงคนไหนก็คล้ายนุ่นไปหมด

    เธอถามผมว่ามาหาใคร ผมบอกว่า สงสัยจะเคาะห้องผิด ขอโทษด้วยครับ แล้วผมก็คิดจะเดินกลับรถไป เธอถามผมว่ามาหาพี่นุ่นหรือเปล่า ผมอึ้งซักพัก แล้วตอบว่าใช่ หรือว่านุ่นไม่ได้ไปเมืองนอก หรือว่าเธอแค่หลอกผม จริงๆเธอยังอยู่ที่นี่ อยู่ที่เมืองไทย คำถามในหัวผมแว่บมามากเหลือเกิน ผมแทบจะไม่ได้สนใจผู้หญิงตรงข้างหน้าแม้แต่น้อย เธอจึงเรียกผม คุณคะ พี่นุ่นไปเรียนที่เมืองนอกแล้ว เธอไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว

    ผมโล่งใจ นุ่นไม่ได้โกหกผม ผมแปลกใจกับผู้หญิงตรงหน้า เธอเรียกนุ่นว่าพี่ เธออาจจะเป็นน้องของนุ่น หรือไม่ก็เป็นญาติกันหละมั้ง เรื่องที่ผมพานุ่นไปทำอะไร เธอคงไม่ได้บอกที่บ้าน ไม่งั้นน้องคนนี้คงคว้าอะไรมาไล่ปาใส่ผมแล้วหล่ะมั้ง ผมถามเธอว่าเธอเป็นน้องสาวนุ่นเหรอ เธอว่าใช่ แล้วเธอก็ถามผมว่าผมเป็นอะไรกับนุ่น ผมก็ว่าไปตามจริง ผมเป็นแฟนเธอ น้องสาวนุ่นก็ถามผมว่า แล้วพี่เธอไม่บอกเหรอว่าไปเมืองนอกแล้ว ผมก็ว่าเธอบอกแล้ว แต่ผมคิดถึงเธอ ผมนึกอะไรไม่ออก ก็เลยมาเคาะห้องเธอดู

    น้องสาวนุ่นหัวเราะผม เธอว่าผมบ้า ผมหัวเราะ มันคงจริง เธอยังถามต่อว่าถ้าไม่ใช่เธออยู่แล้วจะทำไง ผมก็ว่าตามความคิดผมไป บอกว่าเคาะห้องผิด แล้วก็ขอโทษเค้าก็เท่านั้น ผมถามน้องสาวนุ่นว่าเธอชื่ออะไร นุช เธอบอก ผมถามต่อว่าทานอะไรหรือยัง ลงไปทานด้วยกันด้านล่างมั้ย เธอก็ว่าไม่เป็นไร คงยังไม่ไว้ใจผมหล่ะมั้ง ยังไงๆผมก็เป็นผู้ชาย แถมตอนนั้นก็สองทุ่มแล้ว แต่เธอทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เธอว่ารอเดี้ยว ผมก็ยืนรอเธอ ซักพัก เธอเดินออกมา พร้อมกับสวมชุดคลุมชุดนอนเธอให้ดูสุภาพ เธอบอกผมว่าทานใกล้ๆนี้นะ ผมแปลกใจ อยู่ๆทำไมเธอก็ยอมไปทานข้าวกับผม

    เธอเอารูปมาให้ผมดู เป็นรูปถ่ายผม เธอว่าเธอเจออยู่ในห้องตอนมาช่วยขนของยัยนุ่น เธอมีเรื่องจะถามผมเยอะแยะ เราเลยเดินลงไปทานก๋วยเตี้ยวร้านเดิมที่ผมกับยัยนุ่นทานประจำ คราวนี้ผมมากับน้องสาว เจ้าของร้านมีแอบแซวเล็กน้อย เอะๆ ไม่ใช่คนเดิมนี่นา ผมหัวเราะ หึหึ น้องนุชเธอไม่ได้ยินเจ้าของร้านแซวหรอก เธอนั่งรออยู่ตรงโต๊ะแล้ว

Facebook Comments


Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •