+ Reply to Thread
Page 2 of 33 FirstFirst 123412 ... LastLast
Results 11 to 20 of 328
  1. #11
    Inoo

    Re: กาลครั้งหนึ่ง...ความรัก (from broad pramool)

    นุชเธออยู่ปีหนึ่ง ทีแรกพ่อแม่ส่งมาอยู่กับยัยนุ่นแต่ยัยนุ่นกลับไปเมืองนอกซะก่อน กลายเป็นว่าเธอเลยอยู่หอนั่นคนเดียว มาอยุ่แทนยัยนุ่น ผมถามว่าอยู่กับใคร เธอก็ว่าอยู่คนเดียว ทำไม จะมาอยู่ด้วยเหรอ เธอแซวผม เธอเองก็รู้ว่าผมเป็นแฟนพี่เธอ ผมว่าเธอน่าจะรู้ว่าผมเคยมีอะไรกับพี่เธอก็ได้มั้ง ผมว่าเธอนี่ก็กล้าเนอะ เห็นเหมือนคุณหนูๆแบบนี้ ดันถามมาซะได้ เราคุยกับเรื่องผมกับนุ่น จนเกือบสี่ทุ่ม ผมเลยเดินไปส่งเธอหน้าหอ แล้วก็ขับรถกลับ

    ผมไม่ได้ไปหานุชอีก เพราะผมไม่ได้ตั้งใจจะจีบเธอ หลังจากไปห้องเก่ายัยนุ่น ผมก็สงบจิตสงบใจได้เยอะ คราวนี้ผมเลยมาตั้งใจเรียนอีกครั้ง แต่ก็ยังมีไปเล่นเกมส์บ้าง ผมยอมรับว่าผมไม่ใช่พวกเด็กเรียน ที่วันๆเอาแต่อ่านหนังสือหรอกนะ ผมแค่ตั้งใจในห้อง นอกห้องก็หาเพื่อนบ้าง เล่นเกมส์บ้าง เดี้ยวนี้เจอเพื่อนโรงเรียนเก่าบ่อยๆ ก็ชวนกันนั่งกินเหล้า เล่นเกมส์ก็ว่ากันไป ยอมรับว่าผมคิดถึงนุ่นน้อยลงแล้วหล่ะ ไม่ได้บ้าเหมือนตอนจากกันใหม่ๆแล้วนะ

    สอบมิดเทอม เพื่อนผมชวนไปกินเหล้า ไม่รู้ทำไม กินเหล้าทีไรผมต้องได้เรื่องทุกที คราวนี้ผมไม่ไป บอกถ้าเมิงจะกินก็กินที่หอ ไม่กินที่หอกุคงไม่ไปด้วย เพื่อนมันก็กดดันเล็กน้อย แต่ก็ปล่อยผมไป เกือบตีหนึ่ง ขณะที่ผมดูหนังที่เช่ามาอยู่ เพื่อนมันก็โทรมา เฮ้ย ต่อที่หอกุ เมิงกินด้วยมั้ย ผมก็โอเค บอกมันว่า เดี้ยวกุไป ก่อนจะไป ผมหิวข้าว จึงแวะร้านก้วยเตี๋ยวข้างทาง ร้านเดิม ผมเริ่มผูกพันกับร้านนี้ตะหงิดๆ ผมสั่งได้ซักพัก ก็มีพวกที่ไปเที่ยวกลับมา ทั้งชายทั้งหญิงแหละ มากินร้านนี้เยอะเลยผมก็เพิ่งรุ้นะว่าทำไมเจ้าของร้านถึงเปิดดึก

    ร้านก๋วยเตี้ยวอยู่ปากทางเข้าหอยัยนุ่น ซึ่งตอนนี้เป็นหอน้องนุชไปซะแล้ว ขณะที่ผมทาน ผมได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน สงสัยเป็นผัวเมียตีกันหล่ะมั้ง อ้ายผมก็คนไทย ย่อมต้องสนใจเป็นธรรมดา เลยเหลือบไปมองดู เฮ้ย น้องนุชนี่หว่า ทะเลาะกับผู้ชายคนนึง พอจับใจความได้ว่า น้องแกไม่ชอบผู้ชายคนนั้น ผู้ชายคนนั้นเป็นเพื่อนของเพื่อนเธอ แล้วผู้ชายคนนั้นประมาณว่าอยากเต็มที่ เลยจะขอค้างด้วย (จริงๆแล้วมันด่ากันแรงกว่านี้มาก แต่ใจความมันก็เท่านี้แหละ) ต่างคนต่างเมา ผมเลยเข้าไปห้าม ผู้ชายคนนั้นก็ซัดเปรี้ยงทันที หมัดคนเมานี่ก็เจ็บเหมือนกันนะ ผมเลยซัดกัน ด้วยความที่ผมไม่เมา ทำให้ผมชนะหมอนั่นได้ ผมไม่ได้ว่าผมชกต่อยเก่งหรอกนะ จริงๆแล้วผมไม่ชอบเรื่องพวกนี้ด้วยซ้ำ ผมสู้คนไม่ค่อยได้หรอก แต่มันเมา ยืนแทบจะไม่ไหว แล้วน้องนุชก็เป็นน้องของนุ่นด้วย จะให้ผมกินบะหมี่แล้วนั่งดูน้องนุชทะเลาะ ผมทำไม่ได้หรอก

    นุชมองดูผมซักพัก ก็จำผมได้ เธอไม่เมามากอย่างที่คิด แต่คงไม่เป็นตัวของตัวเองหรอกมั้ง เธอขอบคุณผม ผมเลยบอกว่าจะเดินไปส่งเธอที่ห้อง เธอก็โอเค สาบานได้ ผมไม่ได้คิดหวังอะไรซักนิดจากน้องนุชเลยตอนนั้น ผมแค่จะเดินไปส่งเธอจริงๆ พอมาถึงห้อง เธอเริ่มไม่ไหว อาการเมาของเธอกำเริบ ผมเลยต้องพาเธอไปอ้วกที่ชักโครก พอเธอดีขึ้น เธอก็บ้วนปากแล้วก็ไปนอน ถ้าเป็นคนอื่น อยู่ในห้องสองต่อสองกับผู้หญิงน่ารักๆขนาดนี้ คงไม่รอด แต่เพราะเธอเป็นน้องสาวยัยนุ่น ผมก็ไม่ได้ทำอะไรเธอ ขณะจะกลับ เธอเริ่มเพ้อ ผมมองเธอเล็กน้อย ตัวเธอแดงแจ๋ อาการเหมือนเพื่อนผมคนนึง มันเพิ่งเคยกินเหล้า แล้วตัวมันแดงเหมือนกัน มันบอกว่าคันๆ สงสัยแพ้แอลกอร์ฮอล แต่กินไปซักพัก ร่างกายก็ปรับตัวได้

    ผมคิดว่าเธอคงทรมาน ไม่รู้จะช่วยยังไง ก็เลยไปรองน้ำร้อนจากเครื่องทำน้ำอุ่นใส่กะละมังเล็กๆ กับหาผ้าขนหนู ผมรุ้ว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง เพราะของที่เธอจัดเหมือนกับยัยนุ่นจัดเอาไว้ อะไรอยู่ตรงไหนผมเลยรู้หมด แล้วก็ไปเช็ดตัวน้องนุช เธอก็เพ้ออยู่ ว่าคัน ร้อน ผมเลยผสมน้ำให้มันอุ่นๆหน่อย แล้วก็เลยเช็ดตัวเธออีกครั้ง เหมือนเธอจะสบายขึ้น แต่ตัวเธอยังแดงไม่หาย ผมก็กลัวว่าเธอจะเป็นอะไรหนักขึ้นมา จะไม่มีคนพาไปหาหมอ ผมเลยเฝ้าไข้เธออยู่อย่างนั้นแหละ

    เธออยู่บนเตียง ส่วนผมอยู่บนพื้น คงนึกภาพออกนะ เวลานางเอกดูแลพระเอกในหนังเป็นยังไง ก็เหมือนผมตอนนี้แหละ ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงถือโอกาสตอนนี้ จัดการเธอไปแล้ว ไม่ต้องคิดนั่นคิดนี่ให้มากความหรอก

    เช้าแล้ว ผมน่าจะกลับได้แล้วมั้ง ตัวเธอก็หายแดงแล้ว ผมเอาน้ำไปเททิ้ง เอาผ้าขนหนูไปตาก แล้วก็เอากะละมังไปไว้ที่เดิม ผมไม่คิดจะรอให้เธอตื่นหรอก ผมไม่ได้อยากเป็นพระเอกในสายตาเธอ ผมดูแลเธอเพราะมันเหมือนเป็นหน้าที่ ผมยกโทรศัพท์มาดู มันแบตหมดแล้ว ถึงว่า ทำไมเพื่อนผมมันไม่โทรมาอีก ช่างเถอะ วันนี้ค่อยเลี้ยงเหล้ามันก็ได้ มันจะได้ไม่ว่าอะไ

  2. #12
    Inoo

    Re: กาลครั้งหนึ่ง...ความรัก (from broad pramool)

    เย็นวันนั้น ผมโทรไปหาเพื่อน เลยโดนคาดโทษข้อหาโดดเช็คชื่อวงเหล้า โดนปรับเป็นเบียร์หนึ่งลังพร้อมน้ำแข็ง ให้ดีเอากับแกล้มด้วยไม่ต้องห่วงว่าน้อยไป เพราะขณะนี้มีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคให้กับห้องเหลืออยู่อีกสองลัง พอไปถึง เพื่อนตั้งวงไว้รอแล้ว เพื่อนผมยกแก้วให้บอกว่าออกสตาร์ทช้าต้องเร่งตามให้ทัน พร้อมกับให้ผมกินรวดเดียวหมด 4 - 5 แก้วต่อกัน

    เวลาผ่านไปซักพัก เราก็คุยกันเรื่องชีวิต ม.ปลาย ช่วงสอบ ent ช่วงปีหนึ่งแรกๆ มีเรื่องที่เราเห็นว่าไร้สาระมากมายในตอนนั้น ตอนนี้กลับเป็นช่วงเวลาที่มีค่า ตอนนี้กลับไปทำหลายๆเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว อาจเป็นเพราะอายุมากขึ้น หน้าเลยบางลงกว่าสมัยก่อนก็ได้

    ผมเมา คนอื่นก็เมา เราหลับกันหมด ไม่มีใครกลับหอได้ซักคน สายๆหน่อยก็เริ่มรู้สึกตัว ผมไปล้างหน้าแล้วก็ลงไปขับรถกลับหอ ผมลืมไปเลยว่า เมื่อคืนมีเพื่อนคนนึงมันบอกให้ไปส่งมันด้วย แต่ก็ช่างเถอะ มันบอกให้ไปส่งเมื่อคืนนี้หว่า ไม่ใช่ให้ไปส่งตอนเช้า

    กลับถึงหอ ผมยังปวดหัวไม่หาย ไม่นึกว่าการที่ผมกลับมากินเบียร์อีกที มันจะทำให้ผมปวดหัวได้ขนาดนี้ ตอนแรกก็ว่าจะอาบน้ำ แต่ก็ทนไม่ไหวเลยนอนต่อซะเลย ผมขับรถมาถึงหอได้นี้ นับเป็นบุญแล้วหล่ะ

    ตื่นมาอีกทีก็ค่ำแล้ว ชีวิตผมก็เหมือนเดิม อาบน้ำกินข้าว แล้วก็ไปนั่งเล่นเกมส์ เล่นได้แปบเดียว ผมนึกขึ้นมาได้ ของใช้ในห้องผมหมดไปหลายอย่าง ไม่ได้ไปซื้อซักที แต่ก่อนมีคนคอยจัดการให้ แต่ตอนนี้ผมอยู่คนเดียว ผมเลยต้องไปหาซื้อเอาเอง ผมเลยขับรถไปห้างที่ใกล้ที่สุด

    ทุ่มนิดๆ ผมกำลังจะเดินไปซื้อของ เป็นเรื่องบังเอิญมาก ผมเจอน้องนุช เธอก็ทักผม เธอมากับพ่อแม่แล้วก็แนะนำผมให้พ่อแม่เธอรู้จัก แน่นอนพ่อแม่เธอก็คือพ่อแม่ยัยนุ่นเองแหละ ผมตกใจมาก แต่ก็ไม่แสดงออกอะไร นุชว่าเธอกำลังไปกินเอ็มเค พ่อแม่เธอก็ชวนผมไปด้วยกัน ผมขัดไม่ได้ เลยต้องไปกับพวกท่าน นุชบอกว่าผมเป็นแฟนยัยนุ่น แล้วยังเคยช่วยเธอจากคนเมาด้วย แต่เธอไม่ได้บอกว่า เธอเองก็เมาเหมือนกัน สงสัยพ่อแม่จะเข้มงวดกับน้องนุชพอดูเลยหล่ะ บรรยากาศเป็นกันเองมาก แต่ผมก็ยังให้ความเคารพผู้ใหญ่ท่านอยู่ พวกท่านจะคิดยังไงนะ ถ้ารู้ว่าผมเคยทำร้ายลูกสาวพวกท่านขนาดไหน ผมคิดในใจ

    ยัยนุชไปเข้าห้องน้ำ ผมอยู่กับพ่อแม่เธอ บรรยากาศเครียดเล็กๆเมื่อแม่เธอถามว่า ทำไมผมไปเจอยัยนุชได้ แล้วก็ถามเรื่องยัยนุ่นกับผม ผมบอกเรื่องยัยนุชว่า วันนั้นเป็นเรื่องบังเอิญ ผมเกิดหิวข้าว เลยไปกินบะหมี่ร้านหน้าหอยัยนุช เพราะเป็นเจ้าประจำ ส่วนยัยนุ่นนั้น ผมโกหกท่านไป บอกว่าผมทะเลาะกับเธอ เธอเลยหนีกลับบ้านไป แต่เรื่องที่ทะเลาะ แน่นอนว่าผมไม่บอก เพราะผมเองก็ไม่รุ้ว่ายัยนุ่นบอกอะไรพ่อแม่เธอบ้าง แม่เธอถามว่า ผมมีอะไรกับยัยนุ่นหรือยัง ผมอึ้ง ไม่นึกว่าแม่เธอจะกล้าถาม แถมต่อหน้าพ่อเธอเสียด้วย ผมไม่ตอบ แม่เธอเลยบอกว่า ไม่เป็นไร แม่เข้าใจ ไม่ใช่เราไม่ดี ลูกแม่เองก็ไม่ดีที่ไปทำตัวแบบนั้น แต่ยังดีที่ไม่เกิดเรื่องอะไร ความหมายของแม่เธอ คงหมายความยังดีที่อย่างน้อย ยัยนุ่นก็ไม่ท้อง

    แม่เธอยังบอกอีกว่า ยัยนุชหน่ะเป็นน้องของนุ่น ขอให้ผมดูแลเธอดีๆ จะทำอะไรก็คิดถึงหน้ายัยนุ่นไว้บ้าง ความหมายของแม่เธอ ก็คือ อย่าไปมีอะไรกับลูกสาวอีกคนของเขานั้นแหละ ผมก็ตกลง ขณะที่แม่เธอกำลังจะถามเรื่องที่ทะเลาะกันเรื่องอะไร เพราะยัยนุ่นกลับไปก็ร้องห่มร้องไห้ซะยกใหญ่ บอกจะไปเรียนเมืองนอก ไม่อยากอยู่เมืองไทยแล้ว น้องนุชก็เข้ามาช่วยชีวิตผมพอดี เธอกลับมา แม่เธอก็ไม่ซักต่อ บรรยากาศก็เริ่มผ่อนคลาย แต่ผมไม่ผ่อนคลายด้วยซะเลย

    หลังจากทานเสร็จ ผมก็ขอตัวไปซื้อของ แต่แม่เธอก็บอกให้ไปด้วยกัน วันนี้รู้สึกความสัมพันธ์ของผมกับครอบครัวนี้จะแน่นขึ้นเยอะ น้องนุชถือว่าผมเป็นพี่ชายเธอไปซะแล้ว(มั้ง) ผมก็ทำหน้าที่เข็นรถเข็นให้ เกือบๆสามทุ่ม เราก็ไปคิดเงินที่เค้าเตอร์ ผมบอกว่าแยกของผมคิดเงินต่างหาก พ่อเธอก็ว่าไม่ต้อง ถือซะว่าเป็นค่าตอบแทนที่ผมไปช่วยยัยนุช ผมก็ว่าไม่เป็นไร ก็เถียงกันเล็กน้อย ก็ยอมตามผู้ใหญ่เค้า เดี้ยวจะเสียผู้ใหญ่

  3. #13
    Xcalibur

    Re: กาลครั้งหนึ่ง...ความรัก (from broad pramool)

    แรกๆมาเนื้อเรื่องค่อนข้างจะตึงเครียด(มาก)เลยคับ

    ช่วงหลังๆเริ่มสบายๆ อ่านง่ายดี ^^..

    มาต่ออีกนะค้าบ ~

  4. #14
    Inoo

    Re: กาลครั้งหนึ่ง...ความรัก (from broad pramool)

    หลังจากวันนั้น ยัยนุชเริ่มติดผมมากขึ้น คิดว่าผมพี่ชายเธอ จะไปซื้อของ จะไปดูหนัง เธอโทรเรียกผมตลอด เธอคงไว้ใจผมมาก หรือไม่ก็เอาผมไว้เป็นไม้กันหมา ผมก็ไม่ว่าอะไร คิดว่ายัยนุชเป็นน้องสาวไปจริงๆ บางครั้ง พ่อแม่เธอก็บอกยัยนุชให้ชวนผมไปทานข้าวด้วยกันบ้าง ผมมักจะอ้างนู่นอ้างนี่ หลังๆมานี่แม่เธอเล่นโทรมาเองเลย ผมก็ขัดไม่ได้ ผมเองก็ชักสงสัยว่า ผมเป็นลูกเขยบ้านนี้ไปแล้วหรือยังไงนะ รู้สึกตะหงิดๆใจเหมือนกัน

    หลังๆมา ยัยนุชชักเอาใหญ่ เริ่มมาหาผมที่หอบ้าง ให้ไปหาเธอที่หอบ้าง ผมถามเธอว่า ไม่กลัวผมทำอะไรเธอเหรอ เธอก็ว่าไม่หรอก เธอเชื่อใจผมตั้งแต่ครั้งที่ผมช่วยเธอตอนเธอเมา แถมยังเช็ดตัวให้เธออีก เธอบอกว่าตอนนั้นเธอยังไม่หลับสนิทเพราะมันคัน เธอรู้ว่าผมเฝ้าเธอจนถึงเช้าแล้วยังไม่ฉวยโอกาส แถมยังกลับไปก่อนอีก เธอบอกว่าผมเป็นคนดีมากๆ เธอว่า พี่สาวเธอเลือกคนไม่ผิดหรอก

    ผมได้ยินก็อึ้งนิดหน่อย ด่าตัวเองในใจ ถ้าไม่ใช่เพราะผม ยัยนุ่นคงไม่ต้องมาเจอเรื่องแบบนั้นหรอก น้องนุชคงเห็นผมเศร้า เธอเลยถามผมว่าเป็นไร คิดถึงพี่เธอเหรอ ผมว่า ก็ใช่ เราคุยกันเรื่องผมกับยัยนุ่นอีกครั้ง นี่เป็นครั้งที่สอง ที่ผมกับยัยนุชคุยกันเรื่องนุ่น ผมรู้สึกแปลกใจเหมือนกัน ผมเพิ่งรู้สึกตัวว่า ปกติ ยัยนุชไม่เคยพูดถึงยัยนุ่นเลย ทั้งๆที่น่าจะคุยเรื่องยัยนุ่นเป็นเรื่องปกติแท้ๆ

    วันหนึ่ง ก่อนสอบสองสัปดาห์ได้ ยัยนุชให้ผมไปติวให้ ผมก็บอกว่าไม่ไหวหรอก ผมยังไม่ค่อยรอดเลย เธอก็ว่าไม่เป็นไร ไงๆก็เรียนมาแล้วก็คงรู้บ้าง วิชาปีหนึ่งเนี้ย ส่วนใหญ่มันเป็นวิชาพื้นฐาน ก็เลยเรียนเหมือนๆกันหล่ะมั้ง ถึงคนละคณะ ผมก็พอจะสอนเธอได้บ้าง

    ตีสอง เราเริ่มง่วงๆกันแล้ว ติวกันก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง ยัยนุชก็บอกผมว่า ค้างนี่ก็ได้นะ ดึกแล้ว มันอันตราย ผมก็ว่า บ้าเหรอ พ่อแม่เธอรู้ เอาผมตายแน่ ยัยนุชก็บอกว่าไม่เป็นไร ไม่บอกหรอก พี่ก็ง่วงแล้วนี่ เกิดขับรถแล้วเป็นไรไป หนูจะไม่ฝันร้ายไปตลอดชีวิตเหรอ ผมก็ว่า แล้วเธอไม่กลัวพี่จะทำไรรึไง ยัยนุชดันสวนมาว่า กล้าทำหนูก็กล้าให้อ่ะ เอาดิ แล้วก็ทำหน้าทะเล้นใส่ ผมยอมรับว่า อยู่กับยัยนุชมันก็เกิดอารมณ์บ้างเหมือนกัน ยังไงก็ไม่ใช่น้องแท้ๆนี่นา

    ตกลง คืนนั้นผมค้างกับยัยนุช ผมอาบน้ำมาแล้ว เลยไม่มีปัญหาเท่าไหร่ ส่วนยัยนุชก็อาบรอตั้งแต่ก่อนผมจะมา เลยไม่มีโอกาสแอบดูเลย แต่ก็ช่างเถอะ ผมบอกว่าผมนอนพื้นแล้วกัน นุชนอนเตียงไปเถอะ นุชก็บอกว่า เฮ้ย พี่ ได้ไง พี่เป็นพี่นะ จะให้หนูนอนสบายคนเดียวได้ไง ขึ้นมานอนด้วยกันก็ได้ ไม่ต้องฟอร์ม เดี้ยวเป็นไข้ไปสอบไม่ได้ไม่รู้นะ แล้วเธอก็ดึงผมขึ้นมาบนเตียง ผมก็ เอาวะ นอนก็นอน ผมสวดมนต์ในใจ เพื่อลดละกิเลสตัณหาที่เกิดขึ้นในขณะนั้น ได้ผล ผมเริ่มง่วงแล้วกำลังจะหลับไป แต่จู่ๆ มือยัยนุชก็ดึงแขนผมไป ผมเลยหันไปดู

  5. #15
    Inoo

    Re: กาลครั้งหนึ่ง...ความรัก (from broad pramool)

    ละเมอนี่หว่า ผมคิดในใจ ยัยนุชไม่ระแวงผมเลยจริงๆรึไงนะ แต่ผมก็คิดนะว่ายัยนุชเองก็ให้ท่าผม ดูจากการกระทำที่ผ่านๆมาของเธอแล้ว ติดอยู่ที่ผมทำเลวกับพี่เธอมามากแล้ว จะให้ผมเอาเปรียบคนน้องอีก..... ขณะที่ผมคิดอะไรเพลินๆ จู่ๆยัยนุชก็ตื่นขึ้นมา พี่นอนไม่หลับเหรอ เธอถาม ผมก็บอกว่าเดี้ยวก็หลับแล้ว หลับไปเถอะ พี่ไม่ทำไรนุชหรอก พี่สัญญา

    พี่จะทำนุชก็ไม่ว่าพี่นะ คำพูดนี่ทำเอาผมอึ้ง เธอไม่ได้ล้อเล่นแน่ๆ ผมรู้ ลองเธอพูดแบบนี้ ผมเองก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูน จะให้สวดมนต์บทไหนก็ลดกิเลสผมไม่ได้ซะแล้วหล่ะ

    นุช.....ผมเรียกชื่อเธอ แล้วก็ดึงตัวเธอเข้ามากอด ก่อนที่ผมจะไซ้ซอกคอของเธอ ยัยนุชไม่ขัดขืนผมจริงๆ แถมเธอยังกอดผมตอบ ผมหอมแก้มเธอเบาๆ ก่อนที่จะเริ่มบทรักครั้งแรกกับยัยนุช หน้าเธอเหมือนกึ่งหลับกึ่งตื่น ระหว่างเราเริ่มสื่อสารกันด้วยภาษากายกับเสียงที่อยู่ในลำคอกันกว่าภาษาพูด ผมเลิกชุดนอนยัยนุชขึ้น หลังจากนั้น บทเพลงรักของเราสองคนก็เริ่มขึ้น


    ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

    แทบทุกครั้งที่ผมมีอะไรกับผู้หญิง ผมมักจะมีสติหลังจากผมทำอะไรกับคนๆนั้นไปแล้ว คราวนี้ก็เช่นกัน สติผมหายไปชั่วขณะ อารมณ์อยากเข้ามาแทนที่ sex ครั้งนี้เป็นเพียงการบำเรอความอยากของผมเท่านั้น ทั้งๆที่รู้ ผมก็ยังทำยัยนุชไปได้ แต่ยัยนุชกลับไม่ต่อว่าผมซักเล็กน้อย เธอกลับกอดผมเอาไว้แน่น แล้วก็ผล่อยหลับไป

    ผมกอดยัยนุชเอาไว้ เราต่างก็ไม่ได้สวมเสื้อผ้าเอาไว้ทั้งคู่ ด้วยความเหนื่อยล้า ผมก็เผลอหลับไป โดยลืมไปเสียสนิทว่า ผมออกข้างใน และยัยนุชเองก็ยังไม่ได้กินยาเสียด้วย

    เจ็ดโมงเช้า ผมตื่นมาอีกครั้ง ยัยนุชยังนอนอยู่บนแขนของผม ขณะนั้นผมลืมเรื่องที่ผมหลั่งข้างในยัยนุชไปเสียสนิท ผมเอาแต่มองยัยนุช แล้วก็คิดถึงเรื่องยัยนุ่น แล้วก็ครอบครัวของพวกเธอ พ่อแม่เธอจะรู้มั้ยนะว่า ตอนนี้ ลูกสาวของพวกท่านเสร็จผมทั้งคนพี่และคนน้องแล้ว

    ผมกังวลมาก มันไม่สบายใจเลย ผมยอมรับ ผมเคยจินตนาการถึงยัยนุชหลายรอบ แต่ผมก็ไม่คิดว่าผมจะได้มาทำเธอจริงๆ แถมเธอยังบริสุทธิ์เสียด้วย คำถามมากมายมันกลับมาถามผมอีกครั้ง ผมเป็นคนที่คิดมากเกินไปรึเปล่านะ บางครั้งผมเองก็ไม่แน่ใจตัวเองเสียเลย

    ขณะที่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย ยัยนุชก็ตื่นขึ้น ผมจ้องเธอ ไม่รู้จะพูดอะไร "บ้า....มองอยู่ได้ เมื่อคืนยังมองไม่พอรึไง" ยัยนุชเปิดประเด็นขึ้น ไม่น่าเชื่อ ผมรู้สึกปัญหาต่างๆหายไปหลังจากปฏิกิริยาของยัยนุช ผมรู้สึกว่าเธอเองต้องการผม และผมคิดว่าเธอคงไม่เอาเรื่องของเราไปบอกให้คนอื่นฟังแน่ๆ ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมเชื่ออย่างนั้น

  6. #16
    Inoo

    Re: กาลครั้งหนึ่ง...ความรัก (from broad pramool)

    อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะสอบปลายภาค แต่ผมกลับขลุกอยู่กับนุชทุกวัน แม้ผมจะเสียใจต่อพ่อแม่และพี่สาวของเธอ ในใจลึกๆผมกลับมีความสุขไม่น้อย เราแทบจะเป็นปาท่องโก๋กันไปแล้ว ผมไม่เคยอยู่ห่างเธอเกินสามสิบนาทีเลยในแต่ละวัน ตอนนั้น ผมไม่ได้คิดเลยว่า สิ่งที่ผมทำลงไป มันจะกลายเป็นปัญหาในภายหลัง

    สามเดือนแล้วมั้ง ที่ยัยนุ่นไปเมืองนอก ผมแทบจะลืมไปเลยว่าเธอเป็นพี่สาวยัยนุช เราไม่ได้ติดต่อกันมานาน และผมก็ไม่กล้าที่จะโทรไปหาเธอด้วย ผมเป็นคนเลวเกินไปรึเปล่านะ หลายครั้งที่ผมคิด แม้ว่าผู้หญิงเองจะเป็นฝ่ายยอมผมก็เถอะ แต่ผมก็อดไม่ได้ที่จะไปล่วงเกินน้องสาวของเธอ ตอนแรกผมพยายามดูแลยัยนุชในฐานะน้องสาวของคนรัก เคยคิดจะเป็นแค่ “พี่ชาย” แต่สถานการณ์มันทำให้จากน้องสาวของคนรัก กลายเป็นคนรักอีกคนหนึ่งไปซะแล้ว เพราะว่าผมเหงา หรือความต้องการ หรือเพราะผมรักยัยนุชเข้าจริงๆ ตอนนี้ผมก็ยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำ

    คำว่ารัก บางครั้งผมก็ไม่เข้าใจมันจริงๆว่ามันแปลว่าอะไร ผมคิดว่าผมรักยัยเปิ้ล รักยัยนุ่น แล้วก็รักน้องนุช ผมใช้ความรักเปลืองเกินไปรึเปล่านะ รึว่าจริงๆแล้วมันไม่ใช่ความรัก หรือมันเป็นเพียงความต้องการทางอารมณ์…..คนที่ผมรักอาจจะเป็นยัยนุ่นก็ได้ ผมจำได้ว่าครั้งหลังสุดที่นอนกับเธอ ผมคิดว่านั่นคือความรักนะ แต่ว่ากับยัยเปิ้ล ผมก็เฝ้าตามจีบเธอตั้งนาน เพราะผมรักเธอรึเปล่านะผมถึงทนได้ตั้งหลายปี ส่วนยัยนุช ผมเคยคิดว่าเธอเป็นน้องสาว แต่ตอนนี้ผมกลับคิดว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันผมไปซะแล้ว แล้วนี่ยังจะเป็นความรักอีกรึเปล่านะ

    หกโมงครึ่ง นาฬิกาปลุกที่ผมตั้งไว้ดังขึ้น วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการสอบแล้ว ผมปลุกยัยนุช เธอดึงเกมส์อยู่แปบนึง ตามประสาคนไม่ชอบตื่นเช้า ตั้งแต่เราอยู่ด้วยกัน ผมกลับเป็นคนตื่นเช้าขึ้นมาได้ แถมยังต้องมาปลุกให้เธอไปสอบอีก ยัยนุชก็ทำตัวเหมือนๆเดิม เวลาจะตื่นต้องว่า "อีกแปบนึงงงง" ไม่ก็ "ปวดหัวอ่ะ" หรือ "ไม่เอา ไม่ให้ไป" แล้วเธอก็จะดึงผมลงไปนอนกอดทุกที สงสัยอยู่บ้านคงโดนตามใจจนเคยตัวหล่ะมั้ง

    แปดโมงเช้า หลังจากไปส่งยัยนุชแล้วผมก็เข้าไปสอบตามปกติ เทอมนี้ผมทำเกรดไม่ดีนัก จริงๆแล้วน่าจะบอกว่าเฉพาะตอนที่ผมอยู่กับยัยนุ่นถึงทำเกรดได้ดีมากกว่าหล่ะมั้ง ก็เล่นเทอมอื่นๆผ่านมาไม่เท่าไหร่เอง เทอมที่ผมได้เกรดเยอะๆ เพื่อนมันตกใจใหญ่ เหล้าก็กินด้วยกัน ดันทำคะแนนดีกว่าพวกมัน



    สอบเสร็จแล้ว ปกติวันนี้มีเมาแน่นอน ผมบอก(ขออนุญาต)นุชว่าจะไปดื่มเหล้ากับเพื่อน เธอก็บอกว่าจะไปด้วย แต่ผมไม่ให้เธอไป กลัวเกิดเรื่องไม่คาดฝัน ไม่ไปก็ไม่ได้ บางเวลาเพื่อนมันก็สำคัญ แต่กลายเป็นว่าเราต้องมาทะเลาะกันเพราะเรื่องนี้ สงสัยผมจะตามใจเธอมากเกินไปจนเสียนิสัย แต่ในที่สุด ผมก็ต้องโทรไปบอกเพื่อนว่าคนที่บ้านไม่อนุญาต เพื่อนก็กดดันกันพอสมควร ด่ามาบ้าง เครียดเหมือนกันนะ เวลาที่ต้องเลือกคนที่สำคัญต่อเราว่าต้องเลือกเอาฝ่ายใดหนึ่ง

    ในที่สุด ผมก็เลือกนุช เธอก็งอนๆไม่ยอมดีง่ายๆ ก็เลยบอกเธอว่าจะพาไปเที่ยวทะเล เห็นเธอเคยบ่นๆไว้ว่าอยากไปเที่ยว ได้ผล "จริงนะ…." เธอถาม แล้วก็เล่นตัวเล็กน้อยก่อนจะตอบตกลง เป็นอันว่า วันนั้นเพื่อนผมโทรมากดดันตลอดหนึ่งชั่วโมง ยัยนุชเธอเลยใจอ่อนยอมให้ผมไปจนได้ แต่เธอบอกให้กลับไม่เกินหกทุ่ม(กลัวผมไปหาเศษหาเลย)

    สามวันต่อมา เราอยู่กันที่เกาะเสม็ด ยัยนุชบอกแม่ว่าไปเที่ยวทะเลกับเพื่อน แม่เธอถามเล็กน้อยก็อนุญาต โชคดีที่เพื่อนยัยนุชเองก็ไปเที่ยวทะเลกับครอบครัวเหมือนกัน ยัยนุชเลยวางแผนว่าจะไปพร้อมกันถ้าแม่เธอโทรมาจะได้ให้เพื่อนยัยนุชรับสายได้ แน่นอน แม่เธอโทรมาวันละสามเวลาหลังอาหารได้ ยัยนุชกดรับปุ๊บก็เดินๆไปหาเพื่อนทันที แต่ไม่แค่นั้น พอกดวาง แม่เธอโทรมาหาผม ถามว่านุชอยู่ตรงนั้นมั้ย ผมอึ้งเล็กน้อย แล้วบอกว่านุชไปเที่ยวทะเล ส่วนผมกลับบ้าน

    แม่เธอยังบอกว่า แม่ไม่ว่าอะไร ไม่ต้องโกหกแม่ก็ได้ ทันใดนั้น โทรศัพท์ผมก็ตัดไปเพราะแบตหมด โชคช่วยพอดี ผมเริ่มคิดหนัก แม่เธอคงรู้ว่าเธอมากับผม ผมจะอธิบายแม่เธอยังไง ขณะที่ผมกำลังคิดคำพูดสวยๆอยู่ ยัยนุชก็กลับมา ถามผมว่าเป็นไร เห็นเครียดๆ เลยบอกยัยนุชว่าแม่เธอรู้เรื่องแล้ว และโทรมาหาผมเมื่อกี้ ยัยนุชบอกว่า แม่ยังไม่รู้หรอก แม่แค่กดดันให้ผมพูดความจริงเฉยๆ เธอรู้จักแม่เธอดี แล้วกำชับว่าผมต้องโกหกให้ตลอดรอดฝั่ง ไม่งั้นจะซวยทั้งผมและเธอแน่ๆ

    ผมตัดสินใจชาร์ตแบตโทรศัพท์ไว้ เพราะถ้าไม่คุยกับแม่เธอ แม่เธอคงคิดว่าผมมากับลูกสาวท่านจริงๆ แล้วผมก็ออกไปเล่นน้ำทะเลกับยัยนุช ยอมรับว่าเครียดเหมือนกัน แต่ไหนๆมาทะเลแล้ว ก็ต้องเอาให้คุ้ม เพราะผมต้องเสียในส่วนของยัยนุชด้วยสิ ตกเย็นเราก็มานั่งกินอาหารทะเลกัน แล้วก็กลับห้องไป หลังจากพักเหนื่อยสักนิด ยัยนุชก็อ้อนๆผม เข้ามากอดแล้วก็หอมแก้ม ขณะที่ผมกำลังนัวเนียกับยัยนุช ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น



  7. #17
    Xcalibur

    Re: กาลครั้งหนึ่ง...ความรัก (from broad pramool)

    น่าติดตาม ๆ

    จะหักมุมอีกมั้ยเนี้ย ~

    :018:

  8. #18
    Inoo

    Re: กาลครั้งหนึ่ง...ความรัก (from broad pramool)

    "ฮัลโหล ใครครับ" ผมถามขึ้น ทีแรกนึกว่าเป็นแม่ยัยนุชโทรมาอีก มีคนโทรมาแต่กลับไม่ขึ้นเบอร์โทรศัพท์ ขึ้นว่าปิดบังชื่อ ผมกดรับ เผื่อว่าจะเป็นแม่ของยัยนุช เสียงในโทรศัพท์ตอบผม "แล้วคิดว่าใครหล่ะ....." ผม งง เสียงยังไม่แก่ คงไม่ใช่พ่อแม่ยัยนุชหล่ะมั้ง หรือว่าจะโทรผิดหว่า "เอ่อ โทรผิดรึเปล่าครับ" ผมถามให้แน่ใจอีกครั้ง เสียงนั้นไม่ตอบคำถามผม กลับย้ำผมว่า "แล้วรู้มั้ยว่าใครโทรมา"

    ผมงงซักพัก เสียงในโทรศัพท์เป็นผู้หญิง แต่ผมก็ไม่ได้ไปยุ่งกะใครนี่หว่าช่วงนี้ อย่างมากก็....หรือว่าพี่ปู้ยที่อยู่หห้องตรงข้าม เธอเป็นรุ่นพี่คณะผม แล้วก็น่ารักมากเสียด้วย แต่จะเป็นไปได้ไงที่เธอจะโทรมา แต่ผมก็นึกไม่ออกจริงๆว่าเสียงนั้นเป็นใคร ".........พี่ปู้ยเหรอพี่" "ไม่ใช่" เสียงนั้นตอบ "พูดมาอีก.......พูดมาให้หมดด้วย"

    ผมจำได้แล้ว ยัยนุ่น! เธอโทรมาจากเมืองนอก ผมอึ้ง เราไม่ได้ติดต่อกันนานมากแล้ว มากขนาดที่ผมลืมเสียงเธอไปได้ พอผมตะโกนชื่อยัยนุ่นออกไปเท่านั้นแหละ นุชมองผมทันที นุชเองก็คงไม่ได้ลืมไปเหมือนกันว่า ตอนนี้ผมยังเป็นแฟนกับยัยนุ่นอยู่ ตาเธอเริ่มแดง แล้วก็เดินออกจากห้องไป ผมไม่กล้าเรียกเธอ เพราะกลัวเสียงจะหลุดเข้าไปในโทรศัพท์

    "นุ่น.....ทำไมโทรมาได้หล่ะ แล้วตอนนี้อยู่ไหน" ผมถามนุ่น ผมรู้สึกแปลกๆกับตัวเอง หรือว่าผมไม่รักนุ่นแล้วผมจึงรู้สึกไม่ดีใจนักทั้งๆที่เธอโทรมา ไม่น่าใช่ จริงๆแล้วที่ผมรุ้สึกไม่ดีมันน่าจะเกิดจากความผิดที่ผมกำลังทำอยู่มากกว่า

    ยัยนุ่นก็เล่าเรื่องที่นู่นให้ฟัง แล้วเธอก็บอกว่าฝากความคิดถึงๆยัยนุชด้วย ได้ข่าวมาว่าผมเป็นคนรับใช้ของเธอไปแล้ว แล้วก็บอกว่าอย่าไปตามใจยัยนุชมากหล่ะ เดี้ยวจะเสียนิสัย...... (ไม่ทันแล้วหล่ะ) ผมคิดในใจ

    ผมคุยกับนุ่นไม่นาน เธอก็วางสาย เพราะค่าโทรระหว่างประเทศมันแพงเธอว่างั้น แต่ผมไม่ได้สนใจเธอเท่าที่ควร ผมกังวลถึงคนที่ตอนนี้อยู่ใกล้ตัวผมมากกว่า นุช...เธอจะคิดยังไงนะ ผมนึกถึงนุชขึ้นมาได้ ก็เดินออกมาจากห้องทันที ผมไม่ได้ดูเวลา แต่ท้องฟ้าก็มืดแล้ว ผมไปหาเพื่อนยัยนุช เธอก็บอกว่ายัยนุชไม่ได้มา ผมนึกไม่ออกว่ายัยนุชจะไปไหนได้ คงไม่ว่ายน้ำกลับบ้านเธอหรอกนะ..... เฮ้ย!! ผมนึกขึ้นมาได้ เวลาดูมิวสิคหรือละคร นางเอกมักจะเดินลงทะเลเพื่อจะฆ่าตัวตาย ใจผมหายวาบกลัวเธอจะคิดสั้นขึ้นมาจริงๆ

    ผมวิ่งไปที่ชายหาดทันที พยายามมองไปที่ทะเล ลมแรงมาก ผมไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมทะเลตอนกลางคืนลมมันจะดูแรงกว่าช่วงกลางวัน แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาหรอก ปัญหาอยู่ที่ตอนนี้ยัยนุชเธอเดินลงทะเลไปแล้วหรือยัง ผมวิ่งไปตามชายหาดและพยายามมองดูในทะเล เผื่อว่าจะเห็นยัยนุชจริงๆ

    ผมวิ่งไปไกลจากที่พักเล็กน้อย ก็เห็นเงาลางๆกำลังเดินอยู่คนเดียว ผมจำเงาเธอได้ ยัยนุช ผมโล่งอก ดีที่ยัยนุชไม่เดินลงทะเลไปจริงๆ ผมวิ่งไปหาเธอ "นุช......." ผมเรียกเธอ ผมลืมคิดคำพูดที่จะพูดกับเธอไปเลย แต่เธอก็ยังไม่ยอมหยุดเดิน ผมจึงเดินไปคว้าแขนเธอ เธอมองผมแล้วก็ก้มหน้า ผมเห็นน้ำตาของเธอยังไหลไม่หยุด ผมไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับเธอดี ได้แต่ยืนนิ่งเหมือนหุ่นขี้ผึ้งอยู่อย่างนั้น

    "............ระหว่างพี่นุ่นกับหนู พี่รักใครมากกว่ากัน" หลังจากความเงียบเข้าปกคลุมมานาน ยัยนุชจู่ๆก็ถามผม คำถามมันไม่เหมือนกับว่าจะถามว่ารักใครมากกว่า มันน่าจะหมายถึงว่าผมจะต้องเลือกใคร....สักคน

    ..............ไม่มีคำตอบจากผม ผมตอบไม่ได้ แม้ว่ายัยนุ่นจะไปเมืองนอกหลายปี แต่ผมก็เพิ่งรู้ว่าผมยังรักยัยนุ่นอยู่เมื่อยัยนุชถาม อีกทั้งผมทำร้ายเธอไปมาก จะให้ผมปฏิเสธยัยนุ่นได้ยังไง ส่วนยัยนุช เราอยู่ด้วยกันมาก็นาน บางครั้งผมก็คิดว่าผมเอ็นดูยัยนุชมากกว่าที่จะรักเธอ แต่ผมก็ไม่อาจบอกออกไปได้ เพราะผมเองก็ทำร้ายยัยนุชไปไม่น้อยเหมือนกัน อย่างน้อย ผมก็ทำให้เธอไม่บริสุทธิ์ซะแล้ว



    ยังคง concept นิยายเรื่องนี้เป็นควารักแบบซีเรียสสินะ

    มีคนอ่านมั้ยหว่า

  9. #19
    Inoo

    Re: กาลครั้งหนึ่ง...ความรัก (from broad pramool)

    "นี่.....นั่งคิดไรอยู่ได้คนเดียว" เสียงพี่ปู้ยรุ่นพี่คณะที่อยู่ห้องตรงกันข้ามถามผมซึ่งกำลังรอแกไปคณะด้วยกัน "เปล่าครับ คิดอะไรเรื่อยเปื่อย" ผมก็พูดแก้เขินไปตามภาษา ตอนนี้ใกล้เปิดเทอมแล้วเราจึงต้องไปลงทะเบียนเรียน ผมเองก็ขึ้นปีสามแล้ว ครึ่งทางของชีวิตมหาลัย ผ่านอะไรมาก็มาก หลายๆครั้งที่ผมนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่คนเดียว คิดถึงเรื่องผู้หญิงคนแรก คิดถึงคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต คิดถึงอนาคต แม้กระทั่งเรื่องของคนที่อยู่ตรงหน้าผม

    ผมรู้จักพี่ปู๊ย เธอเป็นคนสวยคนหนึ่งประจำคณะ เป็นหัวข้อสนทนากันบ่อยๆ ที่เธอรู้จักผมก็เพราะว่าเราอยู่คณะเดียวกัน แถมห้องยังอยู่ตรงข้ามกัน เธอมีเพื่อนสนิทไม่มากนัก จะว่าไปผมเองก็ไม่เคยเห็นใครมาหาแกที่หอเลยไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง....หรือว่าผู้ชาย เธอเป็นผู้หญิงที่ให้อารมณ์ประมาณว่า กุลสตรีไทยสมัยหลายสิบปีก่อน เธอแต่งตัวมิดชิด ตอนเช้าไปตักบาตร ตั้งใจเรียน หลังจากเรียนก็กลับหอทันที ผมว่าเธอเป็นผู้หญิงในอุดมคติของใครหลายๆคนเลยหล่ะ

    เราได้คุยกันครั้งแรก ก็ตอนพี่ปู๊ยย้ายของเข้าหอ ผมจำพี่แกได้ จึงเสนอตัวเข้าไปช่วยเหลือ ผมไม่ได้คิดว่าเพราะเธอสวยผมจึงไปช่วยหรอกนะ แต่ผมทนไม่ได้ถ้าเห็นผู้หญิงต้องมาขนของหนักๆ อย่างที่บอกเธอมีเพื่อนไม่มาก ตอนย้ายของเธอก็อยู่กับน้าสาวกันสองคน ตอนแรกน้าเธอก็เหมือนจะคิดว่าผมจะไปจีบพี่แก ผมกลัวน้าแกจะเข้าใจผิด พอขนของเสร็จก็ไปทันที

    บางครั้งที่ผมไปข้างนอกหอ กลับมาตอนเช้าๆผมจะเห็นพี่ปู๊ยแกเตรียมของจะไปตักบาตร เธอเห็นผมคงพอจะจำผมได้ เธอก็ยิ้มให้แล้วก็ชวนผมไปตักบาตรด้วย อันนี้ผมรู้ว่าแกเจตนาดีไม่ได้จะยั่วผมแต่อย่างใด แต่ผมก็กลัวแฟนผมเข้าใจผิด จึงปล่อยโอกาสนั้นผ่านไป เธอก็ไม่ได้ชวนผมอีก.......วันหนึ่งผมนึกครึ้มอกครึ้มใจอยากทำความดี เลยไปตักบาตรดูบ้าง บังเอิญเจอพี่ปู้ย ก็เลยได้คุยกัน คุยกันเหมือนคนดีๆมาคุยกัน ฟังดูอาจจะรู้สึกแปลกๆนะแต่ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

    เราคุยกันถึงเรื่องการทำบุญ อากาศยามเช้า การเรียน ผมคุยกับเธอแล้วรู้สึกเหมือนกับว่าชีวิตไม่ต้องแสวงหาอะไรมาก แค่ทำตัวให้มีความสุขกับสิ่งที่ได้ พอใจกับสิ่งที่มี ก็เพียงพอแล้ว ผมรู้สึกเข้าถึงทางสว่างเสียยิ่งกว่าให้ผมไปนั่งฟังพระเทศน์เสียอีกแหนะ

    เราคุยกันบ่อยขึ้น บางครั้งผมเห็นเธอจะไปทานข้าวก็ไปทานกับเธอบ้าง ผมเคยถามเธอว่าเธอไม่มีแฟนเหรอ พี่ปู๊ยก็บอกว่าไม่มี เธอว่าแม่เธอไม่ต้องการให้เธอมีแฟนก่อนจะเรียนจบ แล้วเธอก็ไม่คิดว่าชีวิตที่มีแฟนจะมีความสุขกว่าชีวิตในปัจจุบัน เธอว่าอยู่แบบนี้ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว บางครั้งผมก็รู้สึกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่อยู่สูงเกินกว่าคนอย่างผมจะไปอาจเอื้อม คงเป็นโชคดีของผมที่เกิดมาแล้วได้เจอกันผู้หญิงแบบนี้


  10. #20
    Inoo

    Re: กาลครั้งหนึ่ง...ความรัก (from broad pramool)

    สิบโมง เรามาถึงที่คณะเพื่อจะลงวิชาเรียนในเทอมนี้ ผมแยกกับเธอตั้งแต่ที่ลานจอดรถ กลัวคนอื่นเห็นมาด้วยกันจะเข้าใจผิด ชื่อเสียงหน่ะตัวผมไม่ห่วงหรอก ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว แต่ผมก็ไม่อยากให้ชื่อเสียงพี่แกแปดเปื้อน... เฮ้ย ผมคิดมากไปรึเปล่านะ ยิ่งแก่ยิ่งคิดมากนะเรา ผมคิดในใจขณะเดินไปดูบอร์ดที่ติดรายวิชาของเทอมนี้ ขณะที่ยืนดูรายวิชา เพื่อนผมคนหนึ่งมันก็มาทัก ก็กลุ่มกินเหล้าด้วยกันกลุ่มเดิมนั่นแหละ ตอนนี้สมาชิกเริ่มน้อยแปรผกผันกับความยากของวิชาที่มากขึ้น หลายๆคนซิ่วไปที่อื่นตั้งแต่ปีหนึ่งบ้าง ปีสองบ้าง เหลือกันไม่กี่คน มันเห็นหน้าก็ชวนกินเหล้า เห็นผมเป็นคนยังไงกัน แน่นอน ผมตอบตกลง...ซะงั้นแหละ

    พี่ปู้ยเธอโทรมาบอกว่าไม่ต้องรอแกนะ แกจะไปกับพื่อน เดี้ยวจะกลับเอง ผมก็ตอบ ครับ ครับ ไป สั้นๆแต่ได้ใจความ แล้วก็เลยไปหาอะไรกินกับเพื่อนที่มันมาชวนไปกินเหล้านั่นแหละ "กินไรวะ" ผมถามเพื่อน เพื่อนมันพาไปสั่งกับข้าวใส่ถุง ลาบเนื้อ ต้ม เนื้อย่าง กับแกล้มทั้งนั้น วันนี้ยังไม่ได้เริ่มเรียน มันก็ล่อกันตั้งแต่หัววันเลย แล้วเทอมนี้จะรอดมั้ยวะเนี้ย

    จริงๆแล้ว มีเรื่องที่เป็นคำถามค้างในใจผมมาตั้งนาน ผมถามเพื่อน "เฮ้ยมรึงกินเหล้าทำไมต้องถอดเสื้อด้วยวะ" ผมสังเกตมานานแล้ว เวลากินเหล้ากินเบียร์อยู่หอ มันมักจะไม่ใส่เสื้อกัน ไม่รู้ทำไมสงสัยดื่มแอลกอฮอล์แล้วมันร้อนหล่ะมั้ง แต่เพื่อนมันตอบว่า "กุว่ามันเป็นประเพณีไทยหว่ะ พ่อกุก็เป็น เวลากินเหล้าอยู่บ้าน" เออ หรือจะจริงของมันนะ เพราะพ่อผมก็เป็นเหมือนกัน แต่ เอ๊ะ มันไม่น่าเกี่ยวนี่หว่า เพราะฝรั่งเองก็คงเป็นเหมือนกัน

    ทุ่มหนึ่ง ผมไม่ได้กินนานขนาดนั้นหรอกนะ แต่ผมเมาหลับไปก่อน ตื่นมาอีกทีก็ทุ่มนึงแล้ว แต่เพื่อนมันยังนั่งๆนอนๆกินกันอยู่ เห็นผมตื่นก็ส่งเหล้าส่งเบียร์มาให้กินอีก ผมก็บอก พอๆ เดี้ยวกุไม่ได้กลับ เพื่อนมันก็ว่า "เฮ้ย มรึงเพื่อนกุเปล่า" อันนี้ก็ประโยคยอดฮิตอีกแล้วครับ อ้าย "มรึงเเพื่อนกุป่าวนี่" ผมเจอมาตั้งแต่ ม.ปลาย ยันมหาลัย มันยังคงเป็นประโยคเดิมๆอยู่ ผมว่ามันอาจถูกบรรจุในสุภาษิตไทยในอีกไม่ช้าก็ได้นะ

    เหมือนมัดมือชก ผมก็จำต้องดื่มไปอีก มึนครับ ผมบอกเพื่อนไม่ไหวหว่ะ แล้ววิ่งไปอ้วกในห้องน้ำ เพื่อนมันก็เห็นใจ ยอมปล่อยผมไป หลังจากล้างหน้าบ้วนปากซักหน่อย ก็ลาเพื่อนกลับหอ ตอนนี้แหละครับ นรกมีจริง ผมเมาค้าง และต้องขับรถ ขับๆไปก็อยากจะอ้วกออกมา แต่ก็ฝืนๆจนไปถึงหอ ไม่ทันขึ้นห้องก็จะอ้วกออกมาซะก่อน ผมนั่งพักในรถ เปิดประตูออก ใครจะมองยังไงไม่สน ถ้าใครเคยเมาจนหมดสภาพหรือเคยเห็น คงพอเข้าใจสภาพผมซึ่งตอนนี้แทบจะ ไม่แคร์อะไรทั้งสิ้น แต่....ทำไมต้องเป็นเธอด้วยนะ พี่ปู้ย เธอกลับมาพอดี คนที่ผมไม่อยากให้เห็นสภาพนี้ที่สุด

    เธอเห็นผมแน่ๆ ผมว่าคนเดินเข้าออกหอคงเห็นผมทั้งนั้นแหละ ในใจภาวนาอย่าให้เธอเดินมาเลย ผมรีบฝืนตัวเองปิดประตูรถทันที แต่คงไม่ทัน พี่ปู้ยเดินมาหาผมแล้ว เธอส่องดูผมผ่านกระจกสักพัก ก๊อก ก๊อก เสียงเธอเคาะกระจก ผมจำต้องเปิดประตูออกมาอย่างไม่มีทางเลี่ยง "เราไหวรึเปล่า ให้พี่พาขึ้นไปส่งห้องมั้ย" พี่ปู้ยถาม ในใจผมก็อายเหลือเกิน เมาเหมือนหมาต่อหน้าดอกฟ้าเนี้ย โห รับตัวเองไม่ได้ ผมรีบปฏิเสธพี่แกทันที แต่แกก็ดึงผมออกมาจากรถ แล้วก็กึ่งลาก กึ่งพยุงผมจนขึ้นไปถึงบนห้องจนได้

    หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง ด้วยความพยายามของพี่ปู้ย ผมก็มาอยู่บนเตียงพี่แก กุญแจห้องผมมันก็อยู่ในกระเป๋ากางเกงนั้นแหละ แต่ผมล้วงไม่ถูก พี่ปู้ยแกก็ไม่กล้าล้วงกระเป๋ากางเกงผม เลยต้องพาผมไปนอนห้องแกแทน อาการแฮ้งค์ผมหนักขึ้นเรื่อยๆหลังจากผ่านการเดินขึ้นบันไดหลายขั้น ผมรู้สึกเหมือนกับว่ามีคนมาแกะกระดุมเสื้อออกและก็เช็ดตัวให้ มันรู้สึกกึ่งหลับกึ่งตื่น สักพัก ผมก็หลับไปจริงๆ


Facebook Comments


Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •